cat888

การพยากรณ์ชีวิตด้วยเลขศาสตร์ ๗ ตัว หมอดู ๕ ฐาน

7numbers-horoscope

การพยากรณ์ชีวิตด้วยเลขศาสตร์ ๗ ตัว

สิทธิการิยะ วิชาการพยากรณ์ด้วยเลขศาสตร์ ๗ ตัว เป็นวิชาโหราศาสตร์ไทยโบราณที่ได้รับความเชื่อถือกันมาแต่โบราณว่าเป็นวิชาที่ให้คำทำนายแม่นยำ และครอบคลุมไปถึงเรื่องอื่น ๆ รอบตัวผู้รับคำทำนายอีกด้วย วิธีการทำนายค่อนข้างสลับชับซ้อนแต่ไม่ยากเกินไปนักการใช้วิชาเลขศาสตร์ ๗ ตัว มีอยู่ ๓ ขั้นตอนหลัก คือการทำฐานวัน เดือน ปีเกิด การกำกับภพภูมิลงในฐาน และการพยากรณ์ ดังนี้

๑. วิธีทำฐานเลข ๗ ตัว

โครงสร้างของเลข ๗ ตัว มีดังนี้

ฐานที่ ๑ ฐานวันเกิด

ฐานที่ ๒ ฐานเดือนเกิด

ฐานที่ ๓ ฐานปีเกิด

ฐานวันเกิด ให้เทียบตัวเลขกับวันเกิด ดังนี้

เลข ๑ วันอาทิตย์ หรือพระอาทิตย์

เลข ๒ วันจันทร์ หรือพระจันทร์

เลข ๓ วันอังคาร หรือพระอังคาร

เลข ๔ วันพุธ หรือพระพุธ

เลข ๕ วันพฤหัสบดี หรือพระพฤหัสบดี

เลข ๖ วันศุกร์ หรือพระศุกร์

เลข ๗ วันเสาร์ หรือพระเสาร์

การวางฐานวันเกิดด้วยเลข ๗ ตัว

อาทิตย์

จันทร์

อังคาร

พุธ

พฤหัสบดี

ศุกร์

เสาร์

ตัวอย่าง เกิดวันศุกร์ที่ ๓ มกราคม ๒๕๒๐ ปีมะเส็ง  จะได้ฐานวันเกิด ดังนี้ ๖ ๗ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕

ฐานเดือนเกิด ให้เทียบตัวเลขกับเดือนเกิด ดังนี้

เลข ๑ ธันวาคม หรือเดือนอ้าย

เลข ๒ มกราคม หรือเดือนยี่

เลข ๓ กุมภาพันธ์

เลข ๔ มีนาคม

เลข ๕ เมษายน

เลข ๖ พฤษภาคม

เลข ๗ มิถุนายน

เลข ๘ กรกฎาคม

เลข ๙ สิงหาคม

เลข ๑๐ กันยายน

เลข ๑๑ ตุลาคม

เลข ๑๒ พฤศจิกายน

การวางฐานเลขเดือนเกิด

การพยากรณ์ด้วยเลข ๗ ตัว จะใช้เลข ๑ ถึง ๗ เท่านั้น ส่วนเดือนที่มีอยู่ ๑๒ เดือน จะต้องนับเดือนที่ ๘ คือ กรกฎาคมเป็นเดือน ๑ นับเดือนสิงหาคมเป็นเดือน ๒ นับเดือนกันยายนเป็นเดือน 3 นับเดือนตุลาคมเป็นเดือน ๔ และนับเดือนพฤศจิกายนเป็นเดือน ๕ ตามลำดับ จากนั้นนำมาตั้งเป็นฐานเดือนเกิด ดังนี้

ตาราง ฐานเดือนเกิด

กรกฎาคม และธันวาคม

สิงหาคม และมกราคม

กุมภาพันธ์ และกันยายน

มีนาคม และตุลาคม

เมษายน และพฤศจิกายน

พฤษภาคม

มิถุนายน

ตัวอย่าง

เกิดวันศุกร์ที่ ๓ มกราคม ๒๕๒๐ ปีมะเส็ง จะได้ฐานเตือนเกิด ดังนี้ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๑

ฐานปีเกิด 

ปีเกิดของไทยนับตามปีนักษัตรในระบบจันทรคติ มีทั้งหมด ๑๒ ปี การวางฐานปีเกิดจึงต้องนำปีนักษัตรที่ ๘ วนกลับมาเป็นปีที่ ๑ และนำปีที่ ๔ วนกลับมาเป็นปีที่ ๒ ไปตามลำดับ ดังตารางนี้

ตาราง ฐานปีเกิด

ตัวเลข ปีเกิด

ชวด กับ มะแม

ฉลู กับ วอก

ขาล กับ ระกา

เถาะ กับ จอ

มะโรง กับ กุน

มะเส็ง

มะเมีย

การวางฐานเลขปีเกิด

ใช้การวางตามหลักการเดียวกันกับการวางตัวเลขเดือนเกิด ดังนี้

ตาราง ฐานปีเกิด

ชวด

ฉลู

ขาล

เถาะ

มะโรง

มะเส็ง

มะเมีย

มะแม

วอก

ระกา

จอ

กุน

ตัวอย่าง

ผู้เกิดวันศุกร์ที่ ๓ มกราคม ๒๕๒๐ ปีมะเส็ง  จะได้ฐานปีเกิด ดังนี้ ๖ ๗ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕

สรุป

ผลการตั้งฐานเลข ๗ ตัว ของผู้เกิดวันศุกร์ที่ ๓  มกราคม ๒๕๒๐ ปีมะเส็งได้ดังนี้

ฐานวันเกิด ๖  ๗  ๑  ๒  ๓  ๔  ๕

ฐานเดือนเกิด ๒  ๓  ๔  ๕  ๖  ๗  ๑

ฐานปีเกิด ๖  ๗  ๑  ๒  ๓  ๔  ๕

กล่าวได้อีกอย่างว่า การตั้งฐานเลข ๙ ตัว คือ การผูกดวงแบบเลข ๗ ตัว นั่นเอง การหาฐานวัน เดือน ปีเกิดด้านบนนี้ เป็นวิธีการเบื้องต้นก่อนนำไปใช้พยากรณ์ขั้นตอนต่อไปเท่านั้น ซึ่งขั้นต่อไปจะนำ "ภพและภูมิ" เข้ามากำกับตัวเลขในฐานวัน เดือน ปีเกิด และเพื่อความสะดวกในการพยากรณ์ จะขอใช้คำว่า "คาถา" แทน "ภพและภูมิ"

คาถา หรือภพและภูมิ มีดังนี้

คาถาวันเกิด ประกอบด้วย อัตตะ หินะ ธานัง ปิตา มาตา โภคามัชฌิมา

คาถาเดือนเกิด ประกอบด้วย ตนุ กดุมภะ สหัชชะ พันธุ ปุตตะ อริ  ปัตนิ

คาถาปีเกิด ประกอบด้วย มรณะ สุภะ กัมมะ ลาภะ พยายะ ทาสี ทาสา

ตาราง การวางตำแหน่งคาถาพยากรณ์

ลำดับ

ฐานวันเกิด อัตตะ หินะ ธานัง ปิตา มาตา โภคา มัชฌิมา

ฐานเดือนเกิด ตนุ กดุมภะ สหัชชะ พันธุ ปุตตะ อริ ปัตนิ

ฐานปีเกิด มรณะ สุภะ กัมมะ ลาภะ พยายะ ทาสี ทาสา

วิธีการกำกับคาถาลงฐานเลข ๗ ตัว มีดังนี้

ขอยกตัวอย่างการกำกับคาถาลงฐานเลข ๙ ตัว ของผู้เกิดวันศุกร์ที่ ๓ มกราคม ๒๕๒๐ ปีมะเส็ง จะกำกับคาถาลงได้ ดังนี้

ฐานวัน อัตตะ หินะ ธานัง ปิตา มาตา โภคา มัชฌิมา

ฐานเดือน ตนุ กดุมภะ สหัชชะ พันธุ ปุตตะ อริ ปัตนิ

ฐานปี มรณะ สุภะ กัมมะ ลาภ พยายะ ทาสี ทาสา

ขอให้พึงจำไว้ว่า คาถาจะต้องอยู่คงที่ไม่เปลี่ยนแปลง ที่เปลี่ยนแปลงจะมีเพียงตัวเลขทั้ง ๒๑ ตัว เท่านั้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงตัวเลขจะเปลี่ยนไปตามวัน เดือน ปีเกิดของเจ้าชะตา

๒. การรวมคาถาในฐานเลข ๗ ตัว

การรวมคาถาในฐานเลข ๗ ตัว คือการนำคาถาในแต่ละฐานมาผูกรวมกัน การผูกรวมกันเกิดจากคำถามที่อยากรู้ เมื่ออยากรู้ให้ไปดูความหมายของคาถา เพราะคาถาแต่ละตัวมีความหมายต่างกัน ดังจะขออธิบายด้วยตัวอย่างต่อไปนี้

ตัวอย่าง เกิดวันศุกร์ที่ ๓ มกราคม ๒๕๒๐ ปีมะเส็ง อยากทราบวาสนาเจ้าชะตา (อัตตะ) ก็จะเห็นว่าอัตตะอยู่ในฐานวันตรงกับดาวพฤหัสบดี (๖) ตรงกับปุตตะในฐานเดือน และตรงกับมรณะในฐานปี ผลการรวมคาถาคือ อัตตะ + ปุตตะ + มรณะ นำผลนี้ไปหาคำพยากรณ์ต่อไป

ความหมายของคาถาฐานวัน

อัตตะ หมายถึง ตัวตนเจ้าชะตา วาสนา บุคลิกลักษณะ ความคิดและจิตใจ

หินะ หมายถึง การเจ็บป่วย ความทุกข์ การเบียดเบียน ความหยาบคาย ดุดัน

ธานัง หมายถึง ความร่ำรวย ทรัพย์สินเงินทอง ความมั่นคง ของมีค่า

ปิตา หมายถึง บิดา ปู่ ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายบิดา บุคคลชั้นสูง หัวหน้างาน ผู้อุปถัมภ์ฝ่ายชาย

มาตา หมายถึง มารดา ยาย ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายมารดา บุคคลชั้นสูง หัวหน้างาน ผู้อุปถัมภ์ฝ่ายหญิง

โภคา หมายถึง ทรัพย์สมบัติ มรดก ของมีค่า ฐานะความเป็นอยู่ เกียรติยศ ความภาคภูมิใจ

มัชฌิมา หมายถึง ความเป็นกลาง ความพอดี สายกลาง ความยุติธรรม และการแบ่งปัน

ความหมายของคาถาฐานเดือน

ตนุ หมายถึง ตัวตนเจ้าชะตา วาสนา บุคลิกลักษณะ ความคิดและจิตใจ

กดุมภะ หมายถึง ฐานะการเงิน ความร่ำรวย ความอุดมสมบูรณ์ของชีวิต สินทรัพย์

สหัสชะ หมายถึง พี่น้อง สังคม เพื่อน การติดต่อสื่อสาร การท่องเที่ยว การเดินทาง

พันธุ หมายถึง ญาติผู้ใหญ่ วงศ์ตระกูล ถิ่นกำเนิด เคหสถานที่ ยานพาหนะ บรรพบุรุษ

ปุตตะ หมายถึง ลูกหลาน ผู้เยาว์ บริวาร การเริ่มต้น ความสนุกสนาน ความประมาท

อริ หมายถึง อุปสรรค ศัตรู ปัญหา ความขัดแย้ง ความผิดพลาด การต่อสู้

ปัตน หมายถึง คนรัก คู่ครอง เพศตรงข้าม ฝ่ายตรงข้าม ความร่วมมือ คู่สัญญา

ความหมายของคาถาฐานปี

มรณะ หมายถึง ความตาย ความผิดหวัง การพลัดพราก ความเหน็ดเหนื่อย มรดก ต่างถิ่น

สุภะ หมายถึง ความสุข ความเจริญ ความสำเร็จ เสน่ห์ ผู้อุปถัมภ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ การเดินทาง

กัมมะ หมายถึง อาชีพ การงาน การสอบ ภารกิจหน้าที่ การทำกรรมดีและไม่ดี

ลาภะ หมายถึง ลาภผลที่ได้มาโดยง่าย ความปรารถนาในทรัพย์ และผลประโยชน์

พยายะ หมายถึง ความล้มเหลว การจองจำ ถูกปองร้าย อุบัติเหตุ ล้มละลาย ความลึกลับซับซ้อน

ทาสี หมายถึง หญิงด้อยฐานะ ความเหน็ดเหนื่อย ตรากตรำ เรื่องส่วนตัว ผู้รับใช้ คนระดับล่าง

ทาสา หมายถึง ชายด้อยค่า ตรากตรำ เหนื่อยยาก เรื่องส่วนตัว ผู้รับใช้ คนระดับล่าง

๓. การพยากรณ์เลขศาสตร์ ๗ ตัว

หลังจากนำคาถากำกับลงในฐานเลข ๙ ตัวแล้ว ให้ตั้งคำถามถึงสิ่งที่อยากรู้ แล้วดูในฐานว่าความปรารถาใคร่รู้ของตนตรงกับเลขใด เช่น อยากรู้ถึงความร่ำรวยก็ให้ดูที่ ธานังในฐานวัน จากนั้นให้ดูเลขกำกับธานังว่า คือเลขอะไร แล้วไปดูเลขตัวเดียวกันในฐานเดือนและฐานปี ตามลำดับ ก็จะทราบผลการรวมคาถาทั้ง ๓ ตัว หรือจะดูโดยรวมทั้งหมดทุกคาถาก็ได้

ตัวอย่าง เช่น ผู้เกิดวันศุกร์ที่ ๓ มกราคม ๒๕๒0 ปีมะเส็ง อยากทราบธานัง หรือฐานะของตน ก็จะได้ผลดังนี้ ธานัง ปัตนิ และกัมมะ (จากตัวอย่างข้อ ๒ ให้นำคาถาที่ได้ทั้ง ๓ ตัวนี้ไปดูคำพยากรณ์ต่อไป

คำพยากรณ์เลขศาสตร์ ๗ ตัว หรือเกณฑ์เลขสัมพันธ์

อัตตะ

อัตตะ กับ ตนุ สันโดษ พึ่งพาตนเอง ทะนงตน รักเกียรติยศศักดิ์ศรี จะประสบความสำเร็จ

อัตตะ กับ กคุมภะ ฐานะมั่นคง สร้างตัวจนประสบความสำเร็จ ขยันหาเงิน อุดมสมบูรณ์ทุกประการ

อัตตะ กับ สหัชชะ ชอบเข้าสังคม มีมิตรมากและเป็นมิตรแท้ต่อทุกคน ชอบเที่ยวเตร รักเพื่อนฝูง

อัตตะ กับ พันธุ มีความผูกพันกับญาติพี่น้อง การไปมาหาสู่กัน และช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

อัตตะ กับ ปุตตะ รักสนุกสนาน อารมณ์ดี รักใคร่เอ็นดูบุตรหลาน ชอบคิดถึงอดีต

อัตตะ กับอริ มีเรื่องทุกข์ใจบ่อย สร้างศัตรูโดยใช่เหตุ มีความอดทนดี แต่มีคนอิจฉามาก

อัตตะ กับ ปัตนิ มีเสน่ห์ดึงดูด ได้คู่ครองที่เข้ากันได้ดี มีฐานะเสมอตน

อัตตะ กับ มรณะ เดินทางไปต่างแดนบ่อย อารมณ์ขึ้นๆลงๆ วิตกกังวลกับโรคภัยไข้เจ็บ

อัตตะ กับ สุภะ สุภาพเรียบร้อย มีคุณธรรม ชอบเดินทางท่องเที่ยวและแสวงหาความก้าวหน้า

อัตตะ กับ กัมมะ รักอิสระ ชอบทำธุรกิจส่วนตัว ไม่ชอบเป็นลูกน้องใคร มีความรับผิดชอบสูง

อัตตะ กับ ลาภะ กลัวความยากจน หาเงินเก่ง สร้างเนื้อสร้างตัวได้มั่นคง มีสินทรัพย์มาก

อัตตะ กับ พยายะ ชอบเสี่ยงภัยรักความท้าทาย กล้าได้กล้าเสีย มีปัญหาสุขภาพ ชอบทำงานอิสระ

อัตตะ กับ ทาสี-ทาสา มีความรับผิดชอบดี รักครอบครัว มักได้เป็นผู้ดูแลอาคารสถานที่ต่าง ๆ

หินะ

หินะ กับ ตนุ มีโรคภัยเบียดเบียน วัยเยาว์ดื้อรั้น เอาแต่ใจตนเองเพราะสิ่งแวดล้อมไม่ดี

หินะ กับ กดุมภะ ขี้เกียจทำการงาน ใช้เงินเก่ง เก็บเงินไม่อยู่ใจง่าย ให้ผู้อื่นหยิบยืมเงิน

หินะ กับ สหัชชะ อาภัพพี่น้อง หรือทะเลาะวิวาทกันบ่อย เพื่อนฝูงไม่จริงใจ พึ่งพาอาศัยใครไม่ได้

หินะ กับ พันธุ ญาติพี่น้องหาเรื่องเดือดร้อนมาให้บ่อยๆ เกิดอุบัติเหตุกับยานพาหนะ

หินะ กับ ปุตตะ อาภัพบุตร หรือมีบุตรแต่บุตรชอบสร้างความเดือดร้อนให้ ดื้อรั้น เอาแต่ใจตัวเอง

หินะ กับ อริ พบปัญหาอุปสรรคและผิดหวังบ่อยครั้ง มีศัตรูคู่แข่ง ชีวิตมักคุ้นกับการดิ้นรน

หินะ กับ ปัตนิ เนื้อคู่สุขภาพไม่ดี หรือเนื้อคู่เป็นหม้าย เป็นคู่กรรมต่อกัน ทะเลาะกันบ่อย

หินะ กับ มรณะ มีโรคภัยไข้เจ็บบ่อย ๆ การเดินทางมีอุปสรรค พลัดถิ่นที่อยู่อาศัย

หินะ กับ สุภะ มีชะตาพบเจอผู้ให้ความช่วยเหลือแต่หวังผล ชีวิตหักเหบ่อยครั้งแต่ไม่ถึงกับพัง

หินะ กับ กัมมะ ไร้ความประณีต ทำงานผิดพลาดบ่อย ตัดสินใจผิดพลาด ชอบงานส่วนตัว

หินะ กับ ลาภะ ผิดหวังในเรื่องที่คาดหวังบ่อย ๆ มีความสามารถสูง แต่มักมีอุปสรรคขัดขวาง

หินะ กับ พยายะ มีโรคภัยเบียดเบียน ประสบอุบัติเหตุ มีวิบากกรรมตามทัน ทำชั่วเห็นผลไว

หินะ กับ ทาสี-ทาสา ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจใคร เกิดปัญหากับคนต่ำทราม หรือแม้แต่คนในครอบครัวประจำ

ธานัง

ธานัง กับ ตนุ หาทรัพย์เก่ง รู้จักพลิกแพลงสถานการณ์ให้เป็นเงินเป็นทองได้เสมอ

ธานัง กับ กดุมภะ ฐานะมั่นคงดี มีทรัพย์มาก เกิดในตระกูลผู้มีฐานะอันจะกิน

ธานัง กับ สหัชชะ ญาติพี่น้องพึ่งพาอาศัยกันได้ มีมิตรสหายจริงใจ มีโชคกับการเดินทาง

ธานัง กับ พันธุ เป็นที่ปรึกษาที่ดี มีญาติผู้ใหญ่คอยอุปถัมภ์ ได้รับมรดกจากญาติผู้ใหญ่

ธานัง กับ ปุตตะ มีลาภกับการเสี่ยงโชค มีบุตรกตัญญู และมีบุตรหลานคอยดูแลยามแก่ชรา

ธานัง กับ อริ มีทุกข์กับทรัพย์สินเงินทอง มีมากก็ทุกข์ มีน้อยก็ทุกข์ มีผู้เบียดเบียนทางการเงิน

ธานัง กับ ปัตนิ ได้คู่ครองดี มีชาติสกุล แต่งานแล้วฐานะความเป็นอยู่จะเจริญรุ่งเรืองขึ้น

ธานัง กับ มรณะ ทำงานเหน็ดเหนื่อย แต่ผลตอบแทนสูง มีเงินแล้วมักมีผู้มาเบียดเบียน

ธานัง กับ สุภะ มีทรัพย์สินมีค่ามากหลายชิ้น และมีผู้ให้การอุปการะช่วยเหลือหลายคน

ธานัง กับ กัมมะ ทำมาหากินเก่ง หาเงินคล่อง หมุนเงินได้ดี มีโชคกับการลงทุน ได้ผลตอบแทนสูง

ธานัง กับ ลาภะ หยิบจับอะไรเป็นเงินเป็นทอง สร้างฐานะได้รวดเร็ว มีทรัพย์สินมาก

ธานัง กับ พยายะ มีกรรมกับการหาทรัพย์สินเงินทอง หามาได้ก็จะมีผู้มาเบียดเบียน หยิบยืม

ธานัง กับ ทาสี-ทาสา มีชะตาต้องช่วยเหลือเงินทองแก่ผู้อื่นเป็นประจำ หรือค้ำประกันผู้อื่นแล้วใช้แทน

ปิตา

ปิตา กับ ตนุ กตัญญูรู้คุณคน เป็นที่รักใคร่ของผู้คนทั่วไป จะได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชูจากผู้ใหญ่

ปิตา กับ กดุมภะ มีฐานะดีขึ้นเพราะได้ผู้ใหญ่ช่วยเหลือ และจะได้รับมรดกตกทอด

ปิตา กับ สหัชชะ มีทักษะเข้าหาผู้ใหญ่ ได้คบหาสมาคมกับผู้ใหญ่หลายท่าน

ปิตา กับ พันธุ มีญาติพี่น้องพงศ์พันธุ์มาก รักใคร่ผูกพันกันดี ส่วนใหญ่เป็นฝ่ายบิดา

ปิตา กับ ปุตตะ มีรูปร่างหน้าตารวมถึงนิสัยใจคอคล้ายบิดาตน มีบิดาเป็นผู้อุปการะ

ปิตา กับ อริ มีเรื่องบาดหมางกับบิดาบ่อย พึ่งพาอาศัยกันไม่ได้ หรือขัดใจกับผู้หลักผู้ใหญ่

ปิตา กับ ปัตนิ ได้คู่ครองอายุมากกว่าและพึ่งพาได้ บิดาเป็นผู้แนะนำให้รู้จักกัน

ปิตา กับ มรณะ พึ่งพาบิดาไม่ได้เลย หรือบิดาอาจเสียชีวิตไปก่อน

ปิตา กับ สุภะ บิดาเป็นผู้นำครอบครัวที่ดี เป็นแบบอย่างที่น่านับถือ

ปิตา กับ กัมมะ บิดาเป็นคนขยันขันแข็ง และมีการงานเป็นหลักแหล่ง น่าภาคภูมิใจ

ปิตา กับ ลาภะ จะได้ลาภหรือมรดกจากบิดา ทำการสิ่งใดหากบิดา มีส่วนร่วมมักจะสำเร็จ

ปิตา กับ พยายะ บิดามีฐานะยากจน พึ่งพาได้ยาก อีกทั้งสุขภาพก็อ่อนแอ เจ็บป่วยบ่อย

ปิตา กับ ทาสี-ทาสา บิดามารดาฐานะยากจน ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการหาเลี้ยงครอบครัว

มาตา

มาตา กับ ตนุ มีความกตัญญูรู้คุณ จะได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ และพ่อแม่รักมาก

มาตา กับ กดุมภะ มีฐานะมั่นคง หรือก้าวหน้าขึ้นเพราะมารดาช่วยเหลือ จะเจริญรอยตามมารดา

มาตา กับ สหัชชะ เข้าหาผู้ใหญ่เก่ง ได้รับการสนับสนุนส่งเสริมดี สนิทกับมารดามากกว่าผู้อื่น

มาตา กับ พันธุ มีความผูกพันกับญาติฝ่ายมารดา และเครือวงศาคณาญาติมาก

มาตา กับ ปุตตะ มีรูปร่างหน้าตาและนิสัยเหมือนมารดา จะมีบุตรคนแรกเป็นผู้หญิง

มาตา กับ อริจะ บาดหมางใจกันกับมารดาบ่อยครั้ง พึ่งพาใครไม่ค่อยได้ มักขัดใจผู้ใหญ่

มาตา กับ ปัตนิ จะได้คู่ครองที่มีอายุมากกว่าตนและจะพึ่งพาได้ มารดาเป็นผู้แนะนำให้รู้จัก

มาตา กับ มรณะ จะหวังพึ่งพาอาศัยมารดาไม่ได้ มารดาจะเสียชีวิตไปเสียก่อน

มาตา กับ สุภะ มีมารดาเป็นผู้นำครอบครัวที่ดี เป็นแบบอย่างที่น่านับถือ

มาตา กับ กัมมะ มีมารดาเป็นคนขยันขันแข็ง และมีการงานเป็นหลักแหล่ง น่าภาคภูมิใจ

มาตา กับ ลาภะ จะได้ลาภหรือมรดกจากมารดา จะประสบความสำเร็จหากมารดาช่วยเหลือ

มาตา กับ พยายะ มารดามีฐานะยากจน พึ่งพาได้ยาก อีกทั้งสุขภาพก็อ่อนแอ เจ็บป่วยบ่อย

มาตา กับ ทาสี-ทาสา บิดามารดาฐานะยากจน ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการหาเลี้ยงครอบครัว

โภคา

โภคา กับ ตนุ ประหยัด มัธยัสถ์ เก็บทรัพย์ได้ดี จะมีฐานะมั่นคงรุ่งเรือง และร่ำรวย

โภคา กับ กดุมภะ ได้รับมรดกตกทอดมา ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเจริญก้าวหน้า มีฐานะร่ำรวย

โภคา กับ สหัชชะ จะได้ครองสินทรัพย์ร่วมกัน หรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ร่วมกับเพื่อนสนิท

โภคา กับ พันธุ ญาติพี่น้องมีฐานะดี พึ่งพาอาศัยได้ จะได้ครอบครองที่ดินหรือบ้านร่วมกัน

โภคา กับ ปุตตะ บุตรจะมีฐานะร่ำรวย ตนทำธุรกิจบ้านจัดสรรจะรุ่งเรืองมาก เก็บเงินได้เก่ง

โภคา กับ อริ จะมีคดีความโต้แย้งเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อาจโดนคดโกง

โภคา กับ ปัตนิ จะได้คู่ครองนิสัยดี มีฐานะ แต่งงานกันแล้วจะรุ่งเรืองยิ่งขึ้น

โภคา กับ มรณะ เก็บทรัพย์ไม่อยู่ มีรายจ่ายมาก มีเงินเมื่อไหร่มักมีเรื่องต้องจับจ่ายออกไป

โภคา กับ สุภะ จะประสบความสำเร็จในเรื่องทรัพย์สินเงินทอง เป็นที่พึ่งพาของผู้อื่นได้

โภคา กับ กัมมะ จะได้ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีสมบัติส่วนตัวที่มีค่ามาก การงานเหนื่อยแต่คุ้ม

โภคา กับ ลาภะ มีรายได้ดีเป็นกอบเป็นกำ หยิบจับอะไรเป็นเงินเป็นทอง และจะได้รับมรดก

โภคา กับ พยายะ หาทรัพย์ยากลำบากและยังเก็บไม่อยู่ จะถูกเบียดเบียนจากผู้อื่นประจำ

โภคา กับ ทาสี ใจบุญ ชอบช่วยเหลือผู้คน แต่ทำบุญกับใครไม่ขึ้น

โภคา กับ ทาสา มีความเสียสละเพื่อส่วนรวม มีผู้มาขอพึ่งพาบ่อยๆ ตนเองก็พอมีกำลังช่วยเหลือ

มัชฌิมา

มัชฌิมา กับ ตนุ มีอำนาจวาสนา จะเจริญก้าวหน้าตามอัตภาพของตน

มัชฌิมา กับ กดุมภะ มีฐานะปานกลาง พอมีพอกิน ไม่เดือดร้อน แต่ไม่ร่ำรวย

มัชฌิมา กับ สหัชชะ มีเพื่อนคบหาพอประมาณ ไม่มาก ไม่น้อย จริงใจช่วยเหลือกันดี

มัชฌิมา กับ พันธุ มีญาติวงศาพอประมาณ ช่วยเหลือ รักใคร่กลมเกลียวกันดี

มัชฌิมา กับ ปุตตะ จะมีบุตรที่มีความสามารถสูง สร้างฐานะและชื่อเสียงได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

มัชฌิมา กับ อริ มีศัตรูที่มีความรู้ความสามารถเสมอตน บาดหมางใจกันยังพอแก้ไขได้

มัชฌิมา กับ ปัตนิ จะได้คู่ครองที่มีฐานะความเป็นอยู่และความรู้เสมอตน เหมาะสมกันดี

มัชฌิมา กับ มรณะ สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี เจ็บป่วยยังพอรักษาให้หายได้

มัชฌิมา กับ สุภะ ใจบุญสุนทาน ชอบศึกษาธรรมะ และปลีกวิเวก ปฏิบัติธรรม ปลงอนิจจัง

มัชฌิมา กับ กัมมะ มีความสันโดษ พอใจในงาน และความก้าวหน้าที่ได้รับ ไม่ค่อยมีทุกข์

มัชฌิมา กับ ลาภะ มีฐานะดีพอสมควร แต่รู้จักประมาณตน ใช้จ่ายอย่างรู้คุณค่า

มัชฌิมา กับ พยายะ สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ไม่ค่อยเจ็บป่วย ถึงป่วยก็พอรักษาได้

มัชฌิมา กับ ทาสี-ทาสา ต้องพึ่งพาตนเองตั้งแต่วัยเยาว์จนถึงแก่ชรา ค่อนข้างเหน็ดเหนื่อย

ตนุ

ตนุ กับ มรณะ นิสัยดื้อรั้น เดินทางไกลบ่อย แต่ดีกว่าอยู่ใกล้ครอบครัวญาติพี่น้องตน

ตนุ กับ สุภะ มีความนอบน้อมถ่อมตน ได้รับความเชื่อถือจากคนรอบข้าง ชีวิตมีความสุขดี

ตนุ กับ กัมมะ มีความขยันขันแข็ง พึ่งพาตนเอง ชอบการงานมากกว่าสิ่งอื่น

ตนุ กับ ลาภะ กรรมเก่าส่งเสริมดี กรรมใหม่ทำดีไว้มาก จึงยังมีความสุขดี

ตนุ กับ พยายะ สุขภาพไม่ดี การเงินหมดไปกับการรักษาสุขภาพ การงานล้มเหลวบ่อย

ตนุ กับ ทาสี ทำธุรกิจส่วนตัวจะเหน็ดเหนื่อยยาก หากขายแรงงานจะพอไปได้

ตนุ กับ ทาสา มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน ไม่เหมาะกับการเล่นหุ้น หรือลงทุนเอง

กดุมภะ

กดุมภะ กับ มรณะ ชะตายากแค้น หาเงินมาได้ก็เก็บไม่อยู่ มีผู้คอยเบียดเบียนให้มีรายจ่าย

กดุมภะ กับ สุภะ ฐานะทางบ้านร่ำรวย มีความสุขสบายดีโดยไม่ต้องทำงานให้เหนื่อยยาก

กดุมภะ กับ กัมมะ ขยันหมั่นเพียรสร้างฐานะ และจะประสบความสำเร็จตามประสงค์

กดุมภะ กับ ลาภะ จะได้รับมรดกตกทอดจากบิดามารดา ชีวิตจึงมีแต่ความสุขสบาย

กดุมภะ กับ พยายะ เก็บทรัพย์ไม่อยู่ แม้เกิดในตระกูลร่ำรวยก็จะไม่เหลือทรัพย์

กดุมภะ กับ ทาสี ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างครอบครัว จะสบายในบั้นปลาย

กดุมภะ กับ ทาสา ขยันขันแข็งทำมาหากิน หากมีหุ้นส่วนอีกคนมาร่วมด้วยจะก้าวหน้ายิ่งขึ้น

สหัสชะ

สหัสชะ กับ มรณะ ทำคุณกับใครไม่ขึ้น อาภัพญาติพี่น้อง หากอยู่ไกลครอบครัวจึงจะดี

สหัสชะ กับ สุภะ มีเพื่อนดีคอยแนะนำช่วยเหลือ และพึ่งพาอาศัยกันได้

สหัสชะ กับ กัมมะ มีเพื่อนและญาติพี่น้องคอยช่วยเหลือยามทุกข์ยาก

สหัสชะ กับ ลาภะ เกิดมาในตระกูลดี มีฐานะร่ำรวย และมีเพื่อนคอยช่วยเหลือ

สหัสชะ กับ พยายะ อาภัพเพื่อนแท้ เพื่อนฝูงหาแต่เรื่องเดือดร้อนมาให้เป็นประจำ

สหัสชะ กับ ทาสี หากคบกับคนที่มีศักดิ์ต่ำกว่าตน หรือคนระดับรากหญ้าชีวิตจะก้าวหน้าดี

สหัสชะ กับ ทาสา จะมีเพื่อนฝูงนิสัยดี พึ่งพาอาศัยกันได้

พันธุ

พันธุ กับ มรณะ จะพลัดพรากจากถิ่นที่อยู่อาศัย เกิดที่นี่แต่จะไปได้ดีที่อื่น

พันธุ กับ สุภะ มีญาติพี่น้องดีพึ่งพาอาศัยกันได้ จะได้เดินทางไกลไปต่างประเทศบ่อย ๆ

พันธุ กับ กัมมะ ทำธุรกิจร่วมกับญาติพี่น้องจะก้าวหน้า จะมือสังหาริมทรัพย์ครอบครอง

พันธุ กับ ลาภะ วงศาคณาญาติมีมาก จะได้ไปมาหาสู่กันเรื่อย ๆ

พันธุ กับ พยายะ พึ่งพาญาติพี่น้องไม่ค่อยได้ ต่างคนต่างอยู่ หากอยู่ใกล้กันจะทะเลาะกัน

พันธุ กับ ทาสี การดำเนินชีวิตไม่พิถีพิถันอะไรมาก เรียบง่าย สมถะ

พันธุ กับ ทาสา ใจกว้าง ชอบช่วยเหลือผู้อื่น แม้ตนจะเดือดร้อนก็ตาม

ปุตตะ

ปุตตะ กับ มรณะ มีทุกข์เพราะบุตร อาภัพมีบุตรยาก ถึงมีก็จะได้พลัดพรากจากกัน

ปุตตะ กับ สุภะ มีบุตรหลานนิสัยดี กตัญญูรู้คุณคน สร้างชื่อเสียงให้วงศ์ตระกูล และพึ่งพาได้

ปุตตะ กับ กัมมะ บุตรหลานจะมีงานทำเป็นหลักแหล่ง ขยันขันแข็ง สร้างฐานะได้มั่นคง

ปุตตะ กับ ลาภะ ชอบผจญภัย มักมีลาภจากการเสี่ยงโชค และจะได้ลาภจากผู้อ่อนวัยกว่า

ปุตตะ กับ พยายะ พึ่งพาบุตรหลานไม่ค่อยได้ จะมีบุตรลับไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

ปุตตะ กับ ทาสี มีบุตรนิสัยดี แต่ต้องคอยเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิดค่อนข้างเหนื่อยกับการดูแลบุตร

ปุตตะ กับ ทาสา บุตรของตนมีความขยันขันแข็งดี และพึ่งพาอาศัยได้

อริ

อริ กับ มรณะ ไม่ควรคบหากับคนไกลบ้าน จะมีศัตรูต่างถิ่น เดินทางไปต่างแดนจะมีอุปสรรค

อริ กับ สุภะ ศัตรูมีฐานะตำแหน่งสูงกว่า และจะคอยขัดขวางความก้าวหน้าของตน

อริ กับ กัมมะ ทำงานร่วมกับหมู่คณะลำบาก หากทำงานอิสระจะก้าวหน้า เพราะรักอิสระ

อริ กับ ลาภะ อยู่ในสภาพแวดล้อมของอบายมุข มีเหตุขัดแย้งกันทางผลประโยชน์

อริ กับ พยายะ มีศัตรูอยู่ในที่ลับไม่เปิดเผยตน ไม่ควรไว้ใจใครง่ายๆ ระวังการปะทะคารม

อริ กับ ทาสี มีเหตุขัดแย้งกับครอบครัวอยู่บ่อยครั้ง

อริ กับ ทาสา จะมีเรื่องเดือดร้อนเพราะคนใกล้ตัวในครอบครัว

ปัตนิ

ปัตนิ กับ มรณะ จะได้คู่ครองเป็นคนแดนไกล เนื้อคู่อาจเป็นหม้าย มีเหตุทะเลาะกันบ่อยครั้ง

ปัตนิ กับ สุภะ จะได้แต่งงานช้า แต่คู่ครองเป็นคนมีฐานะดี สุภาพเรียบร้อย

ปัตนิ กับ กัมมะ มีงานดีทำ และจะมีโอกาสได้พบปะผู้คนเพราะการงานอยู่บ่อยครั้ง

ปัตนิ กับ ลาภะ เป็นคนมีเสน่ห์ จะได้ลาภจากคู่ครองที่เจ้าชู้ แต่ยังไงก็ยังรักใคร่กันดี

ปัตนิ กับ พยายะ จะได้คู่ครองเป็นหม้าย คบหากันไม่ค่อยราบรื่นนัก คนใดคนหนึ่งจะมีชู้

ปัตนิ กับ ทาสี รักสันโดษ สมถะ ไม่ชอบเข้าสังคม จะได้คู่ครองเป็นคนขยัน

ปัตนิ กับ ทาสา จะได้คู่ครองมีอาชีพรับจ้าง หรือทำงานหยาบ แต่ขยันขันแข็งมาก

คาถาทั้ง ๓ คาถา สามารถนำมาอ่านคำพยากรณ์รวมกันได้ตามสติปัญญาและไหวพริบของผู้ศึกษาแล

ตัวอย่างวิธีการอ่านคำทำนาย

ผู้เกิดวันศุกร์ที่  มกราคม ๒๕๒๐ ปีมะเส็ง จะกำกับคาถาลงได้ ดังนี้

ฐานวัน อัตตะ หินะ ธานัง ปิตา มาตา โภคา มัชฌิมา

ฐานเดือน ตนุ กดุมภะ สหัชชะ พันธุ ปุตตะ อริ ปัตนิ

ฐานปี มรณะ สุภะ กัมมะ ลาภะ พยายะ ทาสี ทาสา

วิธีการอ่านคือ นำตัวเลขกำกับคาถาที่ตรงกันมาหาความหมายของคำพยากรณ์ เช่น อัตตะ ปุตตะ มรณะ (เลข ๖) หรือ หินะ อริ สุภะ (เลข ๗) หรือ ธานัง ปัตนิ กัมมะ (เลข ๑)

คำทำนาย

อัตตะ (เลข ๖) หมายถึง เจ้าชะตา วาสนา บุคลิกลักษณะ ความคิด และจิตใจ

อัตตะ กับ ปุตตะ รักสนุกสนาน อารมณ์ดี รักใคร่เอ็นดูบุตรหลาน ชอบคิดถึงอดีต

ปุตตะ กับ มรณะ มีทุกข์เพราะบุตร อาภัพบุตร ถึงมีก็จะได้พลัดพรากจากกัน

อัตตะ กับ มรณะ เดินทางไปต่างแดนบ่อย อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ วิตกกังวลกับโรคภัยไข้เจ็บ

สรุปคำทำนาย เรื่อง ตัวตนเจ้าชะตา วาสนา หรือบุคลิกลักษณะ (อัตตะ) ได้ดังนี้

"เจ้าชะตาเป็นคนรักสนุกสนาน ร่าเริง รักใคร่เอ็นดูบุตรหลาน แต่จะมีทุกข์เพราะอาภัพบุตรหลาน มีบุตรยาก เจ้าชะตามีเกณฑ์เดินทางบ่อย และมีโรคประจำตัวรุมเร้า"

หินะ (เลข ๗) หมายถึง การเจ็บป่วย ความทุกข์ การเบียดเบียน ความหยาบคาย ดุดัน

หินะ กับ สุภะ ชีวิตหักเหบ่อยครั้ง แต่ไม่ถึงกับพัง และมีผู้คอยให้ความช่วยเหลือแต่ก็หวังผล

หินะ กับ อริ พบเจอปัญหาอุปสรรค ผิดหวังบ่อยครั้ง มีศัตรูคู่แข่ง ชีวิตต้องดิ้นรนเป็นประจำ

อริ กับ สุภะ ศัตรูมีฐานะตำแหน่งสูงกว่าคอยขัดขวางความก้าวหน้าของตน

สรุปคำทำนาย เรื่อง ศัตรู หรือความเจ็บป่วย (หินะ) ได้ดังนี้

"ชีวิตเจ้าชะตาหักเหบ่อยครั้ง ทำกิจการใดก็มักจะเจอกับอุปสรรคขัดขวาง ศัตรูเป็นคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าคอยขัดขวางความก้าวหน้า ยังดีที่มีผู้ให้ความช่วยเหลือแต่ก็เป็นการช่วยเหลืออย่างหวังผล"

ธานัง (เลข ๑ ) หมายถึง ความร่ำรวย ทรัพย์สินเงินทอง ความมั่นคง ของมีค่า

ธานัง กับ ปัตนิ ได้คู่ครองดี มีชาติสกุล แต่งงานแล้วฐานะความเป็นอยู่จะเจริญรุ่งเรืองขึ้น

ธานัง กับ กัมมะ ทำมาหากินเก่ง หาเงินคล่อง หมุนเงินได้ดี มีโชคกับการลงทุน ได้ผลตอบแทนสูง

ปัตนิ กับ กัมมะ มีงานดีทำ และจะมีโอกาสได้พบปะผู้คนเพราะการงานอยู่บ่อยครั้ง

สรุปคำทำนาย เรื่อง ฐานะ (ธานัง) ได้ดังนี้

"เจ้าชะตาเป็นคนทำมาหากินเก่ง ได้งานดีเพราะมีเส้นสาย มีคนรู้จักมากที่คอยให้การช่วยเหลือ ฐานะการเงินดีเพราะรู้จักวิธีลงทุน ได้ผลกำไรมาก โดยเฉพาะเมื่อแต่งานแล้วคู่ครองจะช่วยให้ฐานะทางการเงินดียิ่งขึ้น"

คำทำนายอื่น ๆ สามารถดูได้ดังตัวอย่างที่กล่าวไว้นี้ ซึ่งเป็นคำทำนายโดยภาพรวมของเจ้าชะตา

หมอดู ๕ ฐาน

สิทธิการิยะ ชายหญิงใดปรารถนาใคร่รู้ถึงฐานะเงินทอง ญาติ ทาสี พี่น้อง คู่ครอง รวมถึงความสัมพันธ์กับเพื่อนฝูง พึงศึกษาดูจาก หมอดู ๕ ฐานนี้เถิด

อันว่า การทำนายดวงชะตา หากมีวิธีการคำนวณที่สลับชับซ้อนเกินไปก็ขาดเสน่ห์น่าค้นหา แต่หากง่ายเกินไปก็คงมีหมอดูเต็มบ้านเต็มเมือง โหราศาสตร์ก็จะกลายเป็นสินค้าล้นตลาด ชะตาชีวิตมนุษย์ก็คงไม่ต่างจากราคาสินค้านั้น ฉะนั้น เพื่อให้การดูดวงด้วยวิธี "หมอดู ๕ ฐาน" เข้าใจง่าย จึงขอเรียบเรียงไปทีละขั้นตอน ดังนี้

๑. หายามวันเกิด คือการนำยามอัฏฐกาลเข้ามาประกอบเป็นฐานที่ ๔ ตามฐานโครงสร้างเลขศาสตร์ ๗ ตัว หรือเรียกง่าย ๆ ว่า การผูกดวงชะตา ๔ ฐาน โดยใช้เลขยามวันมาสร้างฐานที่ ๔ เพื่อให้การทำนายชะตามีความละเอียดและแม่นยำยิ่งขึ้น

ยามอัฏฐกาล ประกอบด้วย

ยามเรียงกลางวัน คือ สุริชะ ศุกระ พุธะ จันเทา เสารี ครุ ภุมมะ

ยามเรียงกลางคืน คือ ระวิ ศะศิ ภุมโม พุโธ ชีโว ศุกโร โสโร

โหราจารย์ท่านกำหนดเลขยามตามวันต่าง ๆ ดังนี้

เกิดวันอาทิตย์

ชื่อยาม เลขยาม

สุริชะ

ศุกระ

พุธะ

จันเทา

เสารี

ครุ

ภุมมะ

เกิดวันจันทร์

ชื่อยาม เลขยาม

จันเทา

เสารี

ครุ

ภุมมะ

สุริชะ

ศุกระ

พุธะ

เกิดวันอังคาร

ชื่อยาม เลขยาม

ภุมมะ

สุริชะ

ศุกระ

พุธะ

จันเทา

เสารี

ครุ

เกิดวันพุธ

ชื่อยาม เลขยาม

พุธะ

จันเทา

เสารี

ครุ

ภุมมะ

สุริชะ

ศุกระ

เกิดวันพฤหัสบดี

ชื่อยาม เลขยาม

ครุ

ภุมมะ

สุริชะ

ศุกระ

พุธะ

จันเทา

เสารี

เกิดวันศุกร์

ชื่อยาม เลขยาม

ศุกระ

พุธะ

จันเทา

เสารี

ครุ

ภุมมะ

สุริชะ

เกิดวันเสาร์

ชื่อยาม เลขยาม

เสารี

ครุ

ภุมมะ

สุริชะ

ศุกระ

พุธะ

จันเทา

ผู้เกิดกลางคืนให้เรียงยาม ดังนี้

วันเกิด อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี    ศุกร์ เสาร์

ชื่อยาม ระวิ ศะศิ ภุมโม พุโธ ชีโว       ศุกโร โสโร

เลขยาม       ๖

การเรียงลำดับยามกลางคืน ให้ถือหลักเรียงยามเหมือนกันกับผู้เกิดกลางวัน แต่ให้เปลี่ยนเฉพาะชื่อยามเท่านั้น ดังมีตัวอย่างต่อไปนี้

เกิดกลางคืนวันอาทิตย์ ระวิ (๑) ศุกโร (๖) พุโธ (๔) ศะศิ (๒) โสโร(๗) ชีโว (๕) และ ภุมโม (๓)

เกิดกลางคืนวันจันทร์ ศะศิ (๒) โสโร (๗) ชิโว (๕) ภุมโม (๓) ระวิ(๑) ศุกโร (๖) และ พุโธ (๑)

๒. โครงสร้างของฐานที่ ๔ และ ๕

ชื่อเรียกภพและภูมิของฐานที่ ๔ (จากนี้จะเรียกภพภูมิว่า "คาถา")

๑. อาตมา   ๒. ทาสา   ๓. สิทธิโชค   ๔. โภคสมบัติ   ๕. มหาโจร   ๖. มหาอุบาทว์   ๗. มหาอุปถัมภ์

ความหมายของคาถาฐานที่ ๔

อาตมา หมายถึง ตัวตนของเจ้าชะตา

ทาสา หมายถึง บริวาร คนรับใช้ ของเจ้าชะตา

สิทธิโชค หมายถึง โชคลาภที่เจ้าชะตาจะได้รับ

โภคสมบัติ หมายถึง บ้านเรือน ทรัพย์สินสมบัติ และที่ดินของเจ้าชะตา

มหาโจร หมายถึง ความทุจริต สิ่งอัปมงคล การถูกใส่ร้าย และอันตรายของเจ้าชะตา

มหาอุบาทว์ หมายถึง สิ่งชั่วร้ายเลวทรามทั้งหลายที่จะเกิดขึ้นแก่เจ้าชะตา

มหาอุปถัมภ์ หมายถึง การอุปการะดูแล ช่วยเหลือ และการสนับสนุนเจ้าชะตา

ชื่อเรียกคากาของฐานที่ ๕

๑. อัตตะ ๒. สักขะ ๓. ญาติ ๔. ธะนัง ๕. เคหัง ๖. นาวัง ๗. ภริยัง

ความหมายของคาถาฐานที่ ๕

อัตตะ หมายถึง ตัวตนของเจ้าชะตา

สักขะ หมายถึง มิตรสหายของเจ้าชะตา

ญาติ หมายถึง ญาติพี่น้อง วงศาคณาญาติฝ่ายบิดามารดาของเจ้าชะตา

ธะนัง หมายถึง ทรัพย์สินสมบัติของเจ้าชะตา

เคหัง หมายถึง บ้านเรือน อาคารสถานที่ ที่ดินของเจ้าชะตา

นาวัง หมายถึง ยานพาหนะทางบก ทางน้ำ และทางอากาศของเจ้าชะตา

ภริยัง หมายถึง คู่ครอง คนรัก กามารมณ์ของเจ้าชะตา

๓. การสร้างฐานที่ ๔ และ ๕

การสร้างฐานที่ ๔ หรือฐานยาม คือการนำเอายามอัฏฐกาลของวันต่างๆ ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด ๗ ยาม นำมาลงในฐานที่ ๔ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

เกิดวันเสาร์ เดือนยี่ ปีเถาะ

ตาราง การผูกดวงของผู้เกิดวันเสาร์ (๗) เดือนยี่ (๒) ปีเถาะ

ฐานวัน

ฐานเดือน

ฐานปี

ฐานยาม

จากตาราง จะเห็นว่าฐานยามของผู้เกิดวันเสาร์นำมาจากยามอัฏฐกาลวันเสาร์ คือ 

เสารี (๓)   ครุ (๕)    ภุมมะ (๓)   สุริชะ (๑)    ศุกระ (๖)    พุธะ (๔)    จันเทา (๒)

การสร้างฐานที่ ๕ คือ การนำเลขจากฐานที่ ๔ มาวางสลับตำแหน่งลงในฐานที่ ๕ ดังนี้

อัตตะ หินะ ธานัง ปิตา มาตา โภคา มัชฌิมา ฐานวัน

ตนุ กดุมภะ สหัชชะ พันธุ ปุตตะ อริ ปัตนิ ฐานเดือน

มรณะ สุภะ กัมมะ ลาภะ พยายะ ทาสี ทาสา ฐานปี

อาตมา ทาสา สิทธิโชค   โภคสมบัติ มหาโจร   มหาอุบาทว์ มหาอุปถัมภ์ ฐานยาม     ๑   ๔

อัตตะ สักขะ ญาติ ธะนัง เคหัง นาวัง ภริยัง ฐานที่ ๕

จากตาราง จะเห็นว่าฐานยามที่ ๔ คือ  ๗ ๕ ๓ ๑ ๖ ๔ ๒ เมื่อนำมาวางสลับตำแหน่งลงในฐานที่ ๕ จะวางสลับตำแหน่งจากขวามาช้ายเท่านั้น

หลักการทำนาย

๑. ให้ทำนายชะตาในสามฐานแรกเสียก่อน (ดูการพยากรณ์ชีวิตด้วยเลขศาสตร์ ๗ ตัว)

๒. ให้ดูตัวเลขที่เหมือนกันในฐานที่ ๔ และ ๕ จากนั้นไปดูคำทำนาย ยกตัวอย่างดังตารางข้างบน จะเห็นว่าเลข ๗ ตกอาตมาฐานที่ ๔ และตกภริยะในฐานที่ ๕

ทำนายได้ว่า "เจ้าชะตาชอบหมกมุ่นอยู่กับกามารมณ์ และจะได้แต่งงานแน่นอน"จากนั้นมาดูตัวเลขอื่น ๆ คือ ทาสา-นาวัง, สิทธิโชค-เคหัง, มหาโจร-ญาติ ฯลฯ ทำนายได้ดังนี้ "ญาติพี่น้องของตนมีนิสัยดั่งโจร เจ้าชะตาเป็นคนขยันขันแข็ง สร้างฐานะด้วยตนเองจนมีฐานะร่ำรวย มีทรัพย์สินเงินทอง เคหสถาน และที่ดินจำนวนมาก ให้ระวังเพื่อนจะนำความเดือดร้อนมาให้ ที่ดินของตนจะสร้างความร่ำรวยและนำลาภมาให้ ส่วนบริวารคือยานพาหนะต่าง ๆ ที่มีอยู่มาก"