cat888

กงล้อแห่งโชคชะตา

กงล้อแห่งโชคชะตา

สิทธิการิยะ กงล้อแห่งโชคชะตา เป็นวิธีการดูดวงดั้งเดิมที่มีความแม่นยำมากพอสมควร วิธีการดูก็ง่าย เด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถดูได้ วัฎจักรของกงล้อนี้จะหมุนเวียนเปลี่ยนผันไปทุกปี จึงเป็นที่มาของคำว่า ชั่ว ๗ ที ดี ๗ หน นั้นแล

วิธีการดูดวงด้วยกงล้อแห่งโชคชะตาประจำปี

ผู้ชาย ให้นับเวียนขวาทวนเข็มนาฬิกา เริ่มจากพระเจดีย์เวียนไปทางฉัตรเงิน นับไปจนครบรอบอายุของตน ณ ปัจจุบัน

ผู้หญิง ให้นับเวียนซ้ายตามเข็มนาฬิกา เริ่มจากพระเจดีย์เวียนไปทางนาคราช นับไปจนครบรอบอายุของตน ณ ปัจจุบัน

คำทำนาย

พระเจดีย์ และ ฉัตรทอง มียศถาบรรดาศักดิ์ ชื่อเสียงเงินทอง และได้รับความเคารพนับถือมาก เป็นเสาหลักของครอบครัวที่มั่นคง การเดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย

ฉัตรเงิน ปีนี้จะโดดเด่นด้านการเงิน การค้า หรืองานธุรกิจส่วนตัวจะก้าวหน้า ค้าได้กำไร หรือไม่ก็จะได้ลาภเป็นสัตว์ ๔ เท้า ๒ เท้า หากเป็นข้าราชการจะได้เลื่อนตำแหน่ง ผู้มีคดีความจะชนะหรือประนีประนอมกันได้ จะได้พบเจอเนื้อคู่ ไปแห่งไหนมีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

คนคอขาด ผู้ใหญ่จะให้โทษ เกิดถ้อยความ ทะเลาะวิวาท เลือดตกยางออก เกิดอุบัติเหตุรุนแรง เป็นคดีความขึ้นโรงขึ้นศาล หรือสูญเสียของรัก การงานมีปัญหา การเงินมีรายจ่ายมาก ชักหน้าไม่ถึงหลัง

เรือนหลวง มีผู้ใหญ่ให้การอุปถัมภ์ค้ำชู สนับสนุนช่วยเหลือให้ได้ยศถาบรรดาศักดิ์ มีฐานะมั่นคงและจะได้อาคารที่อยู่อาศัย ได้ลาภทรัพย์สินเงินทองและสัตว์ ๔ เท้า ๒ เท้า ถ้ายังโสดจะได้พบเนื้อคู่

ปราสาท เจริญด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ มียศถาบรรดาศักดิ์ ได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ชื่อเสียงกึกก้อง เป็นที่ถือหน้าถือตาของวงศ์ตระกูล และเป็นที่พึ่งแก่ของผู้อื่น ไปแห่งหนตำบลจะแคล้วคลาดปลอดภัย แต่ลาภผลมีน้อย นานๆจะได้สักที

ราหู ปีนี้ชะตาอาภัพ สิ่งที่ควรได้กลับไม่ได้ สุขภาพร่างกายน่าเป็นห่วง จะโดนสิงสาราสัตว์กัดต่อย มีโรคร้ายป่วยหนัก เจ็บปวดไปทั่วสรรพางค์ร่างกาย โดนนินทาใส่ร้ายให้เสียหาย และจะเกิดอุบัติเหตุให้เลือดออกยางไหล หรือเสียทรัพย์มากอย่างไม่คุ้มจะเสีย

เทวดาขี่เต่า ปีนี้ชีพจรลงเท้า เดินทางไกลบ่อยและจะได้ลาภจากการเดินทาง คนโสดยังโสดต่อไป ชอบขันอาสาเจ้านาย หากทำมาค้าขายจะได้กำไรมาก มีสติปัญญาปานกลาง หากเป็นข้าราชการปีนี้ยศศักดิ์ยังคงเดิม แต่จะมีคนคอยช่วยเหลือในหน้าที่การงาน ระวังบริวารจะนำความเดือดร้อนมาให้

คนต้องขื่อคา ปีนี้จะเกิดคดีความให้ขึ้นโรงขึ้นศาล คนวัยหนุ่มสาวให้ระวังเรื่องชู้สาวจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเงินทอง ผู้เฒ่าแก่ชราบุตรหลานจะนำความเดือดร้อนมาให้ การเดินทางไกลยามกลางคืนจะมีอันตราย ควรเลี่ยงครอบครัวจะร้าวฉาน คนวัยทำงานผู้ใหญ่จะให้โทษ และจะล้มหมอนนอนเสื่อ

พ่อหมอ ปีนี้ ผู้หลักผู้ใหญ่จะให้ลาภและจะฝากผีฝากไข้ไว้ได้ แต่จะต้องรับอาสาท่านจึงจะได้ยศถาบรรดาศักดิ์ตามสมควร ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป สุขภาพร่างกายแข็งแรง ทุกข์ใจพอประมาณ

แม่มด ปีนี้เจ้าชะตามีดวงผู้หญิงอุปถัมภ์ ควรเข้าหาผู้หญิงที่มีอำนาจจะได้รับความช่วยเหลือ สนับสนุนในหลาย ๆ ด้าน ทั้งการงาน เกียรติยศ ชื่อเสียงและเงินทอง แต่ต้องแลกกับการช่วยเหลือจากตน

นาคราช ปีนี้ให้ระวังเรื่องอารมณ์ จะมีเหตุให้อารมณ์เสียบ่อย จักได้ทำบุญและบาป มากชู้หลายผัวตัวเมีย ทำการใดไม่เกรงกลัวใคร แต่วาสนาดี จะมีบริวารมาก และบริวารจะให้ลาภ แต่ควรหุบปากแล้วลาภจะมากมี

การผูกดวงดูชะตาจากกงล้อแห่งโชค

โหราจารย์ท่านนำวิธีการดูดวงด้วยกงล้อแห่งโชคชะตามาผสานกับการดูดวงแบบเลขศาสตร์ ๙ ตัว จนกลายเป็นเส้นด้ายถักทอโชคชะตาที่มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

วิธีการดูเหมือนกันกับการดูดวงแบบเลขศาสตร์ ๗ ตัว เพียงแต่นำผลที่ได้มาหาคำทำนายจากกงล้อแห่งโชคชะตาเท่านั้น

การวางโครงสร้างฐาน

ฐานวันเกิด อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ ให้นับวันเกิดให้ตรงกับกงล้อแห่งโชคชะตา กล่าวคือ หากเป็นชายเกิดวันอังคารก็จะตรงกับคนคอขาด หากเป็นหญิงก็จะตรงกับแม่มด

ฐานเดือนเกิด ให้นับธันวาคมเป็นเดือนหนึ่ง มกราคมเป็นเดือนสอง ให้นับเดือนเกิดให้ตรงกับกงล้อแห่งโชคชะตา กล่าวคือ หากเป็นชายเกิดเดือนมกราคมก็จะตรงกับฉัตรเงิน หากเป็นหญิงเกิดเดือนมกราคมก็จะตรงกับนาคราช ดังนี้แล

ฐานปีเกิด ให้นับตามปีนักษัตร แล้วให้นับปีเกิดให้ตรงกับกงล้อแห่งโชคชะตา กล่าวคือ หากเป็นชายเกิดปีมะโรงก็จะตรงกับปราสาท หากเป็นหญิงเกิดปีมะเมียก็จะตรงกับฉัตรทอง ดังนี้แล

ตัวอย่าง

ชายเกิดวันศุกร์ พฤศจิกายน ปีจอ จะวางฐานเลข ๗ ตัว ได้ดังนี้

ฐานวัน วันศุกร์ ตกราหู

ฐานเดือน พฤศจิกายน นาคราช

ฐานปี จอ ตกแม่มด

ทำนาย พื้นดวงดี จะมียศถาบรรดาศักดิ์ มั่งคั่งร่ำรวยเงินทอง ชื่อเสียงเกริกก้อง เพราะผู้หญิงอุปถัมภ์ให้ หากเข้าหานายผู้ใหญ่ที่เป็นผู้หญิงจะสำเร็จแทบทุกเรื่อง การดูดวงผู้หญิงใช้หลักการเดียวกันกับผู้ชายเพียงแต่เวียนซ้ายตามเข็มนาฬิกา

การพิจารณาน้ำหนักคำทำนาย

ตกชั่ว ๑ ส่วน ดี ๒ ส่วน ถือว่าพื้นดวงดี

ตกชั่ว ๒ ส่วน ดี ๑ ส่วน ถือว่าพื้นดวงไม่ดี

ตกดี ๓ ส่วน ไม่มีชั่ว ถือว่าพื้นดวงดีมาก

ตกชั่ว ๓ ส่วน ไม่มีดี ถือว่าพื้นดวงแย่มาก

ตำราพยากรณ์เศษนาวา

สิทธิการิยะ ตำราพยากรณ์เศษนาวา เป็นวิชาดูดวงเก่าแก่ของพราหมณ์สำนักเขาอ้อ จังหวัดพัทลุง สันนิษฐานว่า ผู้คิดค้นวิชานี้คือพราหมณ์ที่เดินทางมาจากประเทศอินเดียก่อนพระธรรมทูตจะเดินทางมาประกาศพุทธศาสนาในแดนสุวรรณภูมิ

การดูโชคชะตาด้วยตำราเศษนาวา หรือโชคนาวา มีวิธีการดูง่าย ๆ ดังนี้

นำปีเกิดคูณด้วยเดือนเกิด บวกด้วยวันเกิด แล้วคูณด้วย ๓ หารด้วย ๘ เหลือเศษเท่าใด ให้ดูคำทำนายต่อไป

ตัวอย่าง

เกิดวันอาทิตย์ เดือนมกราคม ปีเถาะ

๔ x ๒ + ๑ =  ๙

๙ x ๓ =  ๒๗

๒๗ - ๘ =  ๓ เศษ ๓

คำทำนายเศษนาวา

เศษ ๑ อยู่ปลายเสากระโดงฤ ผู้นั้นไม่ระบือชื่อ แลทรัพย์ทรามเบาบาง

เศษ ๒ โตเพียงพอ ผู้นั้นหนอปานกลาง สินทรัพย์สู้เหินห่าง จัดเป็นอย่างพอทำกิน

เศษ ๓ นี้แลหนอ อยู่สายสมอโดยถวิล ผู้นั้นพอทำกิน ร้ายดีสิ้น ก็ปนกัน

เศษ ๔ ท้ายเภตราดีขยัน ทายตามอาจารย์สรรค์ ว่าผู้นั้นจะสุขา

เศษ ๕ และเศษ ๖ นี้ไขเนาอยู่ในหัวเภตรา ผู้นั้นท่านพรรณนา ดีนักหนาใครจะปูน

เศษ ๗ จัดสรรดี ในบาลีมิได้สูญ ทรัพย์สินจะเพิ่มพูน ผู้นั้นปูนปานเศรษฐี

เศษ ๐ สิ้นเสร็จ จงสังเกตในคัมภีร์ ท่านกล่าวฉันใดมี ตามวิธีแห่งตำราผู้ใดใครทั้งมูล

ตกเศษศูนย์ ใช่วาสนาเป็นคนอัปรา ทั้งยศถาเสื่อมทรามไป

การนับกำลังเทวดาเสวยอายุ

สิทธิการิยะ ท่านใดอยากทราบว่าปีนี้ตนจะอยู่ดีมีสุข หรือตกยากได้ทุกข์ประการใด พระโหราจารย์ท่านให้นับกำลังเทวดาเสวยอายุตนก็จะทราบได้ ดังนี้

วิธีการนับกำลังเทวดาเสวยอายุ

๑. ตามหลักโหราศาสตร์การนับกำลังเทวดาเสวยอายุให้นับไปทางขวา เริ่มจากอาทิตย์ (๖) จันทร์ (๑๕) อังคาร (๘) พุธ (๑๓) เสาร์ (๑๐) พฤหัสบดี (๑๙) ราหู (๑๒) ศุกร์ (๒๑) ในแต่ละวันจะมีเลขกำลังของพระเคราะห์กำกับอยู่ รวมทั้งหมด ๑๐๘ องค์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต้องนำมาบวกกันจนถึงช่วงอายุของตน และในช่วงอายุนั้นจะบอกว่าตนตกวันใด ซึ่งก็คือเทวดาองค์ที่เสวยอายุนั่นเอง และยังบอกถึงระยะเวลาที่เสวย

๒. ตัวอย่างวิธีการนับ สมมุติว่า คนเกิดวันพฤหัสบดี ปีนี้อายุครบ ๔๑ ปี ให้เริ่มนับที่วันเกิดของตนคือวันพฤหัสบดีไปทางขวาดังนี้ พระพฤหัสบดีมีกำลัง ๑๙ + ราหู ๑๒ + พระศุกร์ ๒๑ รวม ๕๒ ปี ปัจจุบันอายุครบ ๔๑ ปี ตกพระศุกร์เสวยอายุ และจะเสวยไปจนถึงอายุ ๕๒ ปี จากนั้นให้ดูคำพยากรณ์เทวดาเสวยอายุต่อไป

หมายเหตุ หากยังนับไม่ถึงอายุของตนต้องบวกต่อ เช่น เกิดวันศุกร์ ปัจจุบันอายุ ๓๐ ปี ต้องเริ่มนับจาก ศุกร์ ๒๑ + อาทิตย์ ๖ = ๒๗ ปี จะเห็นว่า ยังไม่ครบ ๓๐ ปี จึงต้องบวกจันทร์ ๑๕ เพิ่ม รวมเท่ากับ ๔๒ ปี 

(๒๗ + ๑๕ = ๔๒) จากนั้นไปดูตารางเทวดาเสวยอายุวันศุกร์ จะเห็นว่าเลข ๔๒ อยู่ในช่วงของพระจันทร์เสวยอายุ และจะเสวยไปจนถึงอายุ ๔๒ ปี

เพื่อความสะดวกต่อการดูกำลังเทวดาเสวยอายุและคำพยากรณ์ให้ดูได้จากตารางนี้

ตาราง คำพยากรณ์ตามช่วงอายุ (เทวดาเสวยอายุ) ของผู้เกิดวันอาทิตย์

อายุ (ปี) เทวดาเสวยอายุ คำพยากรณ์เทวดาเสวยอายุ

๐ - ๖ พระอาทิตย์ เจ็บป่วยบ่อย เสียทรัพย์มาก พ่อแม่จะทำโทษ และจะได้จากที่อยู่อาศัย

๗ - ๒๑ พระจันทร์ เจ็บป่วยบ่อย เกิดเภทภัยในครอบครัว สะเดาะเคราะห์แล้วถึงจะดีขึ้น

๒๒ - ๒๙ พระอังคาร ไฟไหม้เรือน เงินสูญหาย พลัดพรากจากที่อยู่อาศัย มีคดีเพราะผู้หญิง

๓๐ -๔๖ พระพุธ ได้ลาภเงินทอง ของหายจะได้คืน และตำแหน่งสูงขึ้น

๔๗ -๕๖ พระเสาร์ ไฟไหม้เรือน จะเสียทรัพย์มาก ถูกจองจำ เลือดตกยางออก

๕๗ - ๗๕ พระพฤหัสบดี ได้ลาภเงินทอง ลูกเมียเคารพรักใคร่ท่าน แต่จะเจ็บป่วยหนัก

๗๖ - ๘๗ พระราหู เสียทรัพย์มาก เกิดอุบัติเหตุเลือดตกยางออก มีปากเสียงกับญาติตน

๘๘ - ๑๐๒ พระศุกร์ ได้ลาภทรัพย์สินเงินทองและสัตว์เลี้ยง มีคนคอยรับใช้

ตาราง คำพยากรณ์ตามช่วงอายุ (เทวดาเสวยอายุ) ของผู้เกิดวันจันทร์

อายุ (ปี) เทวดาเสวยอายุ คำพยากรณ์เทวดาเสวยอายุ

๐ - ๑๕ พระจันทร์ ทำกิจการเครื่องประดับจะรุ่งเรือง มีลูกน้องมาก

๑๖ - ๒๓ พระอังคาร ถูกใส่ร้ายป้ายสี เสียทรัพย์มาก สูญเสียพ่อหรือแม่ ตนจะบาดเจ็บ

๒๔ - ๔๐ พระพุธ มีชื่อเสียงเกียรติยศ ได้ทรัพย์สินเงินทอง และได้แต่งงาน

๔๑ - ๕๐ พระเสาร์ เสียทรัพย์เพราะผู้ใหญ่ ระวังไฟไหม้เรือนและจะมีศัตรู

๕๑ - ๖๙ พระพฤหัสบดี โดนให้ร้าย ทะเลาะกับคู่ครอง พลัดพรากจากที่อยู่ แต่จะมีผู้ช่วยเหลือ

๗๐ -๘๑ พระราหู ขุ่นเคืองกับผู้ใหญ่ตนจักพ่าย มีเหตุให้เสียทรัพย์มาก

๘๒ - ๑๐๒ พระศุกร์ ได้ลาภเงินทองและสัตว์เลี้ยง มิตรสหายจะให้ลาภ

๑๐๓ -๑๐๘ พระอาทิตย์ ระวังคนผิวเนื้อดำแดงใส่ร้ายป้ายสีให้เสียทรัพย์มาก

ตาราง คำพยากรณ์ตามช่วงอายุ (เทวดาเสวยอายุ) ของผู้เกิดวันอังคาร

อายุ (ปี) เทวดาเสวยอายุ คำพยากรณ์เทวดาเสวยอายุ

๐ - ๘ พระอังคาร เสียทรัพย์เพราะอารมณ์ชั่ววูบ โดนใส่ร้ายป้ายสี เจ็บป่วยเกือบตาย

๙ - ๒๔ พระพุธ มิตรสหายและผู้ใหญ่ให้ลาภ ได้ทรัพย์สินมาก

๒๕ - ๓๕ พระเสาร์ บาดเจ็บมือและเท้า ลูกเมียทำให้เป็นทุกข์หากมีคดีจะพ่ายแพ้

๓๖ - ๕๔ พระพฤหัสบดี ได้ลาภทรัพย์สินเงินทอง แต่จะโดนใส่ร้ายป้ายสีในภายหลัง

๕๕ - ๖๖ พระราหู พลัดพรากจากที่อยู่อาศัย เจ็บไข้ได้ป่วยอย่างหนัก ระวังไฟไหม้เรือน

๖๗ - ๘๗ พระศุกร์ ได้ลาภทรัพย์สินเงินทอง ศัตรูจะกลายมาเป็นมิตร ผู้ใหญ่ให้คุณ

๘๘ - ๙๓ พระอาทิตย์ พลัดพรากจากครอบครัว ไฟจะไหม้เรือน โดนใส่ร้ายป้ายสี

๙๔ - ๑๐๘ พระจันทร์ ได้ลาภทรัพย์สินจากสตรี ญาติพี่น้องและบริวารเก่าจะกลับมาหา

ตาราง คำพยากรณ์ตามช่วงอายุ (เทวดาเสวยอายุ) ของผู้เกิดวันพุธ

อายุ (ปี) เทวดาเสวยอายุ คำพยากรณ์เทวดาเสวยอายุ

๐ - ๑๗ พระพุธ มั่งคั่งร่ำรวย ได้แต่งงาน และได้สัตว์เลี้ยง

๑๘ - ๒๗ พระเสาร์ มีคดีความและจะแพ้ คนรักจากลา คนผิวกายดำแดงจะเป็นศัตรู

๒๘ - ๔๖ พระพฤหัสบดี ถ้าเดินทางไกลจะมีอันตรายถึงชีวิต อยู่กับเรือนจะได้ทรัพย์สินมาก

๔๗ - ๕๘ พระราหู คนผิวดำแดงลงพุงจะใส่ร้าย ไฟจะไหม้เรือน เจ็บป่วยอันตรายถึงชีวิต

๕๙ - ๗๙ พระศุกร์ ฐานะมั่งคั่งขึ้น มิตรสหายจะให้ลาภ

๘๐ -๘๕ พระอาทิตย์ โดนใส่ร้ายป้ายสี สูญเสียสัตว์เลี้ยงและของรัก จะสูญเสียพ่อหรือแม่

๘๖ - ๑๐๐ พระจันทร์ ทะเลาะกับมิตรสหาย การงานมีปัญหาทะเลาะกับลูกเมีย

๑๐๑ - ๑๐๘ พระอังคาร เจ็บป่วยอาการสาหัส เสียทรัพย์มาก

ตาราง คำพยากรณ์ตามช่วงอายุ (เทวดาเสวยอายุ) ของผู้เกิดวันพฤหัสบดี

อายุ (ปี) เทวดาเสวยอายุ คำพยากรณ์เทวดาเสวยอายุ

๐ - ๑๙ พระพฤหัสบดี ผู้ใหญให้การสนับสนุน มีชื่อเสียงดี ฐานะมั่งคั่งและได้สัตว์ใหญ่เลี้ยง

๒๐- ๓๑ พระราหู ได้ทรัพย์สินเงินทองมาก ภายหลังจะต้องโทษมีคดี มีเหตุให้เสียทรัพย์

๓๒ - ๕๒ พระศุกร์ มีความสุขสำราญด้วยทรัพย์และมีลูกน้องบริวารคอยดูแล

๕๓ - ๕๘ พระอาทิตย์ เจ็บป่วยอาการรุนแรง แต่จะมีโชคจากการเดินทางไกล

๕๙ - ๗๓ พระจันทร์ มั่งคั่งด้วยทรัพย์สิน แต่ภายหลังจะมีเหตุให้เสียทรัพย์มาก

๗๔ - ๘๑ พระอังคาร ผู้ใหญ่จะทำให้มีคดีความ ตนจะโดนจองจำและจะเจ็บป่วยเรื้อรัง

๘๒ - ๙๘ พระพุธ ฐานะความเป็นอยู่มั่งคั่งเพราะกำลังตน มีชื่อเสียง แต่จะบาดเจ็บหนัก

ตาราง คำพยากรณ์ตามช่วงอายุ (เทวดาเสวยอายุ) ของผู้เกิดวันศุกร์

อายุ (ปี) เทวดาเสวยอายุ คำพยากรณ์เทวดาเสวยอายุ

๐ - ๒๑ พระศุกร์ ได้ลาภทรัพย์สินและสัตว์เลี้ยง ได้แต่งงาน

๒๒ - ๒๗ พระอาทิตย์ เจ็บป่วยหนัก ทะเลาะกับมิตรและคนรักคู่ครอง เสียทรัพย์มาก

๒๘ - ๔๒ พระจันทร์ ได้ลาภทรัพย์สินเงินทอง ญาติพี่น้องจะมาหา

๔๓ - ๕๐ พระอังคาร ได้ลาภทรัพย์สินเงินทอง มีลูกน้องมาก ได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง

๕๑ - ๖๗ พระพุธ ลูกน้องจะให้ลาภทรัพย์สินเงินทอง ผู้ใหญ่ส่งเสริมให้ก้าวหน้า

๖๘ - ๗๗ พระเสาร์ ลูกเมียจากลา เจ็บไข้ได้ป่วยอย่างหนักพึงระวังรักษาดวงตาให้ดี

๗๘ -๙๖ พระพฤหัสบดี ได้ลาภทรัพย์สินเงินทอง ลูกน้องที่เคยจากลากลับมาหา

๙๗ - ๑๐๘ พระราหู มีเหตุให้เสียทรัพย์จำนวนมาก มีโรคภัยไข้เจ็บอาการรุนแรง

ตาราง คำพยากรณ์ตามช่วงอายุ (เทวดาเสวยอายุ) ของผู้เกิดวันเสาร์

อายุ (ปี) เทวดาเสวยอายุ คำพยากรณ์เทวดาเสวยอายุ

๐ - ๒๑ พระเสาร์ มีโรคในช่องท้อง เลือดตกยางออก ศัตรูปองร้าย และเสียทรัพย์มาก

๒๒ - ๒๗ พระพฤหัสบดี ถ้าเดินทางไกลจะเสียทรัพย์มาก ถ้าอยู่บ้านจะสุขสบายมั่งมีทรัพย์สิน

๒๘ - ๔๒ พระราหู เสียทรัพย์จำนวนมาก จากนั้นจะมีโชคลาภและมิตรสหายจะให้คุณ

๔๓ - ๕๐ พระศุกร์ โดนใส่ร้ายป้ายสี เจ็บป่วยอาการหนัก พึงระวังรักษาดวงตา

๕๑ - ๖๗ พระอาทิตย์ มีเหตุให้เสียทรัพย์ทอง ลูกเมียอาจเสียชีวิตตนจักพลัดพรากที่อยู่

๖๘ - ๗๗ พระจันทร์ ได้ลาภทรัพย์เงินทองมาก มิตรสหายจะให้คุณ

๗๘ -๙๖ พระอังคาร ลูกเมียจะทำให้สูญเสียทรัพย์สินเงินทอง หรือลูกเมียเสียชีวิต

๙๗ - ๑๐๘ พระพุธ เจ็บป่วยอาหารสาหัส เดินทางเข้าป่าจะมีอันตราย ภายหลังได้ลาภ

พระบูชาประจำวันเกิด

สิทธิการิยะ พระประจำวันเกิดเสมือนองค์พระประธานประจำชีวิตของผู้เกิดวันต่างๆ ที่ควรมีไว้บูชา การหมั่นสวดคำบูชาจะช่วยให้จิตใจสงบ เกิดสมาธิ สติ ปัญญา ใช้แก้ปัญหา อีกทั้งเสริมส่งสิริยศให้ก้าวหน้า ความเจริญรุ่งเรือง จะบังเกิดแก่ชีวิตต่อไป

พระประจำวันอาทิตย์

พระปางถวายเนตร ในพระอิริยาบถยืน ลืมพระเนตรทั้งสองข้างเพ่งไปข้างหน้า พระหัตถ์ทั้งสองประสานไว้แนบพระเพลา พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย อยู่ในอาการสังวรนิ่งสงบ

สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเมื่อครั้งพระพุทธองค์ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา จากนั้นได้เสด็จจากร่มพระศรีมหาโพธิ์ไปประทับยืนกลางแจ้ง ทางทิศอีสานของต้นพระศรีมหาโพธิ์ ทอดพระเนตรต้นศรีมหาโพธิ์โดยไม่กะพริบพระเนตรด้วยพระอิริยาบถนั้นตลอด ๗ วัน พุทธศาสนิกชนศรัทธาจึงสร้างพระปางนี้ขึ้น เรียกว่า พระปางถวายเนตร บูชาให้เป็นพระประจำวันอาทิตย์

คาถาบูชาพระปางถวายเนตร

อุเทตะยัญจักขุมา เอกะราชา หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส ตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปะภาสัง ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ ทิวะสัง เยพราหมะณา เวทะคุ สัพพะธัมเม เต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุ นะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุ โพธิยา มะโม วิมุตตานัง มะโม วิมุตติยา อิมัง โส ปะริตตัง กัตะวา โมโร จะระติ เอสะนาฯ

อุเปตะยัญจักขุมา เอกะราชา หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส ตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปะภาสัง ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ รัตติง เยพราหมะณา เวทะคุ สัพพะธัมเม เต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุ นะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุ โพธิยา มะโม วิมุตตานัง มะโม วิมุตติยา อิมัง โส ปะริตตัง กัตะวา โมโร จะระติ เอสะนาฯ

ท่อนหลังสวดเหมือนท่อนแรกให้เปลี่ยนเฉพาะ "อุเทตะ" เป็น "อะเปตะ" และ "ทิวะสัง" เป็น "รัตติง" เท่านั้น นอกนั้นเหมือนกันหมด

ผู้เกิดวันอาทิตย์ควรสวดคาถานี้ (คาถาพระยานกยูงทอง) ๖ จบ เพราะมวลธาตุสร้างจากราชสีห์ ๖ ตัว ทุกวันก่อนเข้านอน หรือในเวลาที่เหมาะกับตน จะช่วยป้องกันศัตรูและอุบัติภัยทั้งหลายได้

พระประจำวันจันทร์

พระปางห้ามญาติ หรือปางห้ามสมุทร ทรงพระอิริยาบถยืน พระหัตถ์ทั้งสองข้างยกขึ้นเสมอพระอุระ ตั้งฝาพระหัตถ์ยื่นออกไปข้างหน้า เป็นกิริยาทรงห้ามให้หยุด

สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเมื่อครั้งพระพุทธองค์ทรงห้ามทัพและยับยั้งสงครามระหว่างพระประยูรญาติ พุทธศาสนิกชนผู้หนักในธรรมเล็งเห็นคุณอัศจรรย์แห่งอนุสาสนีปาฏิหาริย์ จึงสร้างพระปางนี้ขึ้น เรียกว่า ปางห้ามญาติ หรือปางห้ามสมุทร บูชาให้เป็นพระประจำวันจันทร์

คาถาบูชาพระปางห้ามญาติ

ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะรัญจะ โยจามะนาโป สะกุนัณสะ สัทโท ปาปัคคะโห ทุสสุปีนัง อะกันตัง พุทธานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ ฯ

ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะรัญจะ โยจามะนาโป สะกุนัณสะ สัทโท ปาปัดคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง ธัมมานุภาเวนะ วินาสเมนตุ ฯ

ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะรัญจะ โยจามะนาโป สะกุนัณสะ สัทโท ปาปัคคะโห ทุสสุปีนัง อะกันตัง สังฆานุภาเวนะ วินาสเมนตุ ฯ

ผู้เกิดวันจันทร์ควรสวดคาถานี้ ๑๕ จบ เพราะมวลธาตุสร้างจากนางฟ้า ๑๕ องค์ ทุกวันก่อนเข้านอนหรือในเวลาที่เหมาะกับตน จะช่วยป้องกันฝันร้ายและเพิ่มกำลังจิตให้แก่กล้ายิ่งขึ้น

พระประจำวันอังคาร

พระปางไสยาสน์ เมื่อคราวจะปรินิพพานทรงพระอิริยาบถบรรทมตะแคงขวา หลับพระเนตร พระหัตถ์ขวาวางทับบนเขนยประคองพระเศียร พระหัตถ์ซ้ายวางทอดไปตามพระวรกายเบื้องซ้าย พระบาทซ้ายทับพระบาทขวาลักษณะตั้งซ้อนกัน

สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง เมื่อครั้งพระพุทธองค์มีพระชนมายุสังขารสู่วัยชราภาพใกล้เสด็จดับขันธปรินิพพาน หลังจากทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาได้ ๔๕ พรรษา จึงเสด็จดับขันธปรินิพพานภายใต้ต้นควงไม้รัง ตรงกับวันเพ็ญเดือนหก วิสาขมาส พุทธศาสนิกชนศรัทธาจึงสร้างพระปางนี้ขึ้น เรียกว่า ปางไสยาสน์ หรือ พระนอน บูชาให้เป็นพระประจำวันอังคาร

คาถาบูชาพระปางไสยาสน์

ยัสสานุภาวะโต ยักขา เนวะ ทัสเสนติ ภิงสะนัง ยัมหิ เจวานุยุญชันโต รัตตินทิวะ มะตันทิโต สุขัง สุปะติ สุตโต จะ ปาปัง กิญจิ นะ ปัสสะติ เอวะมา คุณูเปตัง ปะริตตันตัม ภะนามะ เห

ผู้เกิดวันอังคารควรสวดคาถานี้ ๘ จบ เพราะมวลธาตุสร้างจากมหิงษา (กระบือ) ๘ ตัว ทุกวันก่อนเข้านอน หรือในเวลาที่เหมาะกับตน จะช่วยป้องกันภัยจากศัตรูผู้คิดร้าย เพิ่มกำลังจิตให้แก่กล้า

พระประจำวันพุธ (กลางคืน)

พระปางป่าเลไลยก์ ในพระอิริยาบถประทับนั่งบนบัลลังก์ หย่อนพระบาททั้งสองข้างลงมาเหยียบพื้นพระพาหา (แขน) ทั้งสองข้างวางบนพระเพลา(เข่า) หงายพระหัตถ์ขวาเป็นกิริยารับหม้อน้ำจากช้าง และพระหัตถ์ซ้ายคว่ำลง แสดงกิริยาไม่รับรวงผึ้งจากลิงที่นำมาถวาย เพราะมีผึ้งอยู่ในรังผึ้ง

สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเมื่อครั้งพระพุทธองค์เสด็จไปจำพรรษาในป่ารักขิตวันแต่เพียงลำพัง ในป่านั้นมีพระยาช้างชื่อ พระยาปาลิไลยกกุญชร รู้ภาษาพูดมนุษย์ และลิงตัวหนึ่งชื่อ พระยามกฎวานร คอยปรนนิบัติพระองค์ด้วยความจงรักภักดีตลอดพรรษา ต่อมาลิงตนนั้นพลาดตกต้นไม้ตาย ได้ไปเป็นเทวดาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

เมื่อออกพรรษา พระอานนท์ได้มาเชิญพระพุทธองค์เสด็จกลับสู่เมืองโกสัมพี พระยาช้างจะตามไปด้วยแต่พระพุทธองค์ตรัสห้ามไว้และให้อยู่แต่ในป่า พระยาช้างจึงกลั้นลมหายใจตาย ณ ที่นั้นเอง แล้วได้ไปเป็นเทวดาบนชั้นดาวดึงส์ พุทธศาสนิกชนศรัทธาจึงสร้างพระปางนี้ขึ้น เรียกว่า ปางป่าเลไลยก์ บูชาให้เป็นพระประจำวันพุธ (กลางคืน)

คาถาบูชาพระปางป่าเลไลยก์

กินนุ สันตะระมาโน วะ ราหุ สุริยัง ปะมุญจะสิ

สังวิคคะรูโป อาคัมมะ กินนุโต วะ ติฏฐะสีติ

สัตตะธา เม ผะเล มุทธา ชีวันโต นะ สุขัง ละเภ

พุทธะคาถาภิคีโตมหิ โน เจ มุญเจยยะ สุริยันติ

กินนุ สันตะระมาโน วะ ราหุ จันทัง ปะบุญจะสิ

สังวิคคะรูโป อาคัมมะ กินนุ ภิโต วะ ติฏฐะสีติ

สัตตะธา เม ผะเล มุทธา ชีวันโต นะ สุขัง ละเภ

พุทธะคาถาภิคีโตมหิ โน เจ มุญเจยยะ จันทิมันติ

ผู้เกิดวันพุธกลางคืน ควรสวดคาถานี้ ๑๒ จบ เพราะมวลธาตุสร้างจากผีโขมด ๑๒ ตน ทุกวันก่อนเข้านอน หรือในเวลาที่เหมาะกับตน จะช่วยสะเดาะเคราะห์ร้าย ผ่อนหนักให้เป็นเบา และเพิ่มกำลังจิตให้แก่กล้า

พระประจำวันพุธ (กลางวัน)

พระปางอุ้มบาตร ในพระอิริยาบถยืน มีพระหัตถ์ทั้งสองประคองบาตร สันพระบาทชิดกัน แสดงถึงพระอิริยาบถที่พระพุทธองค์เสด็จออกบิณทบาตโปรดเวไนยสัตว์ เป็นพุทธกรณียกิจทุกเช้าตลอด ๔๕ พรรษา มิได้ขาด

สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเมื่อครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์สองหมื่นรูปได้เสด็จออกบิณฑบาต ณ นครกบิลพัสดุ์ ตามคำอาราธนาของกาฬุทายีอำมาตย์ และได้ทอดพระเนตรเห็นพระประยูรญาติ รวมทั้งพระเจ้าสุทโธทนะพุทธบิดา แสดงทิฐิมานะ ไม่เคารพสักการะพระองค์และพระสาวกจึงได้แสดงปาฏิหาริย์ให้เกิดฝนโบกขรพรรษตกลงมาท่ามกลางพระประยูรญาติ พุทธศาสนิกชนศรัทธาจึงสร้างพระปางนี้ขึ้น เรียกว่า ปางอุ้มบาตร บูชาให้เป็นพระประจำวันพุธ (กลางวัน)

คาถาบูชาพระปางอุ้มบาตร

สัพพาสี วิสะชาตีนัง ทิพะมันตาคะทัง วิยะ ยันนาเสติ วิสัง โฆรัง เสสัญจาปี ปะริสสะยัง

อาณักเขตตัมหิ สัพพัตถะ สัพพะทา สัพพะปาณินัง สัพพะโสปี นิวาเรติ ปะริตตันตัม ภะณามะ เห

ผู้เกิดวันพุธกลางวันควรสวดคาถานี้ ๑๗ จบ เพราะมวลธาตุสร้างจาก พญาคชสาร ๑๗ ตัว ทุกวันก่อนเข้านอน หรือในเวลาที่เหมาะกับตน จะเป็นมหานิยม ค้าขายร่ำรวย และมีโชคลาภพูนสวัสดิ์ดี

พระประจำวันพฤหัสบดี

พระปางสมาธิ ในพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิ วางพระหัตถ์ทั้งสองไว้บนพระเพลา พระหัตถ์ขวาวางซ้อนพระหัตถ์ซ้าย พระบาทขวาทับพระบาทซ้าย

สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง เมื่อครั้งเจ้าชายสิทธัตถะกุมารทรงเบื่อหน่ายการครองราชย์ ครองเรือน จึงทรงม้ากัณฐกะเสด็จหนีออกผนวชในเวลากลางคืน ตัดพระเกศาด้วยพระชรรค์ที่ริมฝั่งแม่น้ำอโนมา อธิษฐานถือเพศบรรพชิตแล้วแสวงหาโมกขธรรม ทรงบำเพ็ญเพียรทุกกรกิริยาทรมานสังขารอยู่นานก่อนจะเปลี่ยนมาเดินทางสายกลาง นั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา จึงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พุทธศาสนิกชนศรัทธาจึงสร้างพระปางนี้ขึ้น เรียกว่า ปางสมาธิ บูชาให้เป็นพระประจำวันพฤหัสบดี

คาถาบูชาพระปางสมาธิ

ปูเรนต้มโพธิสัมภาเร นิพพัตตัง โมระโยนิยัง เยนะ สังวิหิติรักขัง มะหาสัตตัง วะเนจะรา

จรัสสัง วายะมันตาปี เนวะ สักขิงสุ คัณหิตุง พรัหมะมันตันติ อักขาตัง ปะริตตันตัมภะณามะ เห

ผู้เกิดวันพฤหัสบดีควรสวดคาถานี้ ๑๙ จบ เพราะมวลธาตุสร้างจากฤษี ๑๙ ตน ทุกวันก่อนเข้านอน หรือในเวลาที่เหมาะกับตน จะป้องกันอันตรายทั้งปวงระหว่างเดินทางไกล

พระประจำวันศุกร์

พระปางรำพึง ในพระอิริยาบถยืน พระหัตถ์ทาบไว้บนพระอุระ (อก) ใช้พระหัตถ์ขวาทับบนพระหัตถ์ซ้าย พระบาททั้งสองประทับยืนตรง เพ่งพระเนตรไปเบื้องหน้า

สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเมื่อครั้งหลังจากพระพุทธองค์ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงรำพึงถึงพระปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ที่เคยปรนนิบัติพระองค์สมัยบำเพ็ญทุกกรกิริยา ขณะนั้นได้ไปอยู่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงพาราณสี พระองค์จึงเสด็จไปเทศนาสั่งสอนด้วย "ธรรมจักกัปปวัตตนสูตร" ซึ่งถือปฐมเทศนา พุทธศาสนิกชนศรัทธาจึงสร้างพระปางนี้ขึ้น เรียกว่า ปางรำพึงบูชาให้เป็นพระประจำวันศุกร์

คาถาบูชาพระปางรำพึง

อัปปะสันเนหิ นาถัสสะ  สาสเน สาธุสัมมะเต

อะมะนุสเสหิ จัณเฑหิ  สะทากิพพิ สะการิภิ

ปะริสานัญจะ ตัสสันนะ  มะหิงสายะ จะ คุตติยา

ยันเทเสสิ มะหาวีโร  ปะริตตันตัม ภะณามะ เห

ผู้เกิดวันศุกร์ควรสวดคาถานี้ ๒๑ จบ เพราะมวลธาตุสร้างจากคาวี (โค) ๒๑ ตัว ทุกครั้งก่อนเข้านอน หรือในเวลาที่เหมาะกับตน จะช่วยป้องกันภูตผีและอันตรายจากการเดินป่าได้ดี

พระประจำวันเสาร์

พระปางนาคปรก ในพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิบนขนดของนาคราช พระหัตถ์ขวาซ้อนพระหัตถ์ซ้าย วางหงายฝ่าพระหัตถ์บนพระเพลา ทำนองเดียวกับพระปางสมาธิ เบื้องหลังมีพญานาค ๗ เศียร แผ่กำบังอยู่เหนือพระเศียรของพระองค์

สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเมื่อครั้งพระพุทธองค์ทรงกำลังเข้าฌานอยู่ใต้ต้นจิก ได้เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนัก พญานาคราชที่อาศัยอยู่ในสระข้างต้นจิกเกรงว่าพระพุทธองค์จะเปียกฝน จึงขึ้นมาขดลำตัวให้เป็นบัลลังก์ แผ่เศียรเป็นพังพานแยกเป็น ๗ เศียร ปกคลุมพระเศียรไว้มิให้วรกายพระพุทธเจ้าโดนละอองฝนจนครบ ๗ วัน ฝนจึงหยุดตก พุทธศาสนิกชนศรัทธาจึงสร้างพระปางนี้ขึ้น เรียกว่า ปางนาคปรก บูชาให้เป็นพระประจำวันเสาร์

คาถาบูชาพระปางนาคปรก

ยะโตห้ง ภะคินิ อะริยายะ ชาติยา ชาโต นาภิชานามิ สัญจิจจะ ปาณัง

ชีวิตา โวโรเปตา เตนะ สัจเจนะ โสตถิ เต โหตุ โสตถิ คัพภัสสะ ฯ

ผู้เกิดวันเสาร์ควรสวดคาถานี้ ๑๐ จบ เพราะมวลธาตุสร้างจากพยัคฆ์ ๑๐ ตัว ทุกวันก่อนเข้านอน หรือในเวลาที่เหมาะกับตน จะเสริมสิริมงคลให้แก่ตน ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติทั้งปวง หรือจะเสกน้ำให้สตรีมีครรภ์ดื่มจะคลอดบุตรง่ายขึ้น

ยามดี ยามร้าย

สิทธิการิยะ การเดินทางสัญจรเป็นพลวัดสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ก้าวหน้า แต่เราไม่อาจหยั่งรู้ได้ว่าการเดินทางจะบรรลุเป้าหมายหรือไม่ โหราจารย์ท่านได้วางยามดีร้ายไว้ให้พิจารณา ดังนี้

ตาราง ยามดี ยามร้าย


เวลา

วัน

อาทิตย์

จันทร์

อังคาร

พุธ

พฤหัสบดี

ศุกร์

เสาร์

๐๖.๐๐ - ๐๗.๓๐

ไม่ควรเดินทาง

ไปทิศตะวันตก

จะพบลาภ

ไม่ควร

เดินทาง

ไปทิศใต้

จะโชคดี

มีลาภ

ไปทิศเหนือ

จะโชคดี

มีลาภ

ไปดีมีลาภทางการพนัน

ไม่ควร

เดินทาง

๐๗.๓๐ - ๐๙.๐๐

ไปทิศตะวันออกจะมีลาภ

ไม่ควรเดินทาง

ไม่ควรเดินทาง

ไปทิศตะวันตกจะพบลาภ

ถ้าเดินทางจะเสียทรัพย์

เดินทางจะมีลาภก้อนโต

ไปทิศใต้จะโชคดีมีลาภ

๐๙.๐๐ - ๑๐.๓๐

ไปทิศใต้จะมีลาภ

ไม่ควรเดินทาง

ถ้าไปจะเกิดอันตราย

ถ้าเดินทางจะเจ็บป่วย

เดินทางจะโชคดีมีเงิน

ไปทิศเหนือจะโชคดีมีลาภ

ไปทิศตะวันตกจะมีชัย

๑๐.๓๐ - ๑๒.๐๐

ไปทิศตะวันตกจะพบลาภ

ถ้าไปจะเกิดอันตราย

ไปแห่งหนใดก็ดี มีลาภ

ไปทิศเหนือจะโชคดีมีลาภ

เดินทางจะมีโชคการพนัน

ไปทิศตะวันออกจะได้ลาภ

จะได้ลาภเป็นสัตว์ ๒ เท้า

๑๒.๐๐ - ๑๓.๐๐

จะประสบความสำเร็จ

ถ้าไปจะเสียทรัพย์มาก

พบเจอเพื่อน 

จะมีลาภ

เดินทางจะมีอันตราย

จะมีโชคกับต่างประเทศ

พบเจอศัตรูและตนจะแพ้

ไม่ควรเดินทาง

๑๓.๓๐ - ๑๕.๐๐

ไปทิศเหนือจะมีลาภ

ไปทิศตะวันออกจะมีลาภ

จะพบเจอศัตรู

ทิศตะวันออกจะได้ลาภ

ไปทิศใต้จะโชคดีมีลาภ

ถ้าเดินทางจะเสียทรัพย์

ถ้าเดินทางจะ

เสียของรัก

๑๕.๐๐ - ๑๖.๓๐

ไม่ควรเดินทาง

ไปแห่งหนใดก็ดี มีลาภ

ไปทิศตะวันออกจะได้ลาภ

ไปทิศเหนือจะโชคดีมีลาภ

จะมีโชคจากสัตว์ ๔ เท้า

จะมีโชคกับต่างประเทศ

ไปทิศเหนือจะโชคดีมีลาภ

๑๖.๓๐ - ๑๘.๐๐

ไม่ควรเดินทาง

ไปทิศตะวันตกจะพบลาภ

ไม่ควรเดินทาง

ไปทิศใต้จะโชคดีมีลาภ

ไปทิศตะวันตกจะพบลาภ

ถ้าเดินทางจะเจ็บป่วย

ไปทิศตะวันออกจะมีลาภ

๑๘.๐๐ - ๑๙.๓๐

ไม่ควรเดินทาง

ไปทิศตะวันออกจะมีลาภ

ไม่ควรเดินทาง

ไปทิศตะวันตกจะพบลาภ

เดินทางจะมีลาภเงินทอง

ถ้าเดินทางจะเสียทรัพย์

จะได้เกียรติยศชื่อเสียง

๑๙.๓๐ - ๒๑.๐๐

ไปทิศเหนือจะมีลาภ

ถ้าไปจะเกิดอันตราย

ไปแห่งหนใดก็ดี มีลาภ

เดินทางจะมีอันตราย

ถ้าเดินทางจะเจ็บป่วย

เดินทางจะมีโชคการพนัน

ไปดีมีลาภทางการพนัน

๒๑.๐๐ - ๒๒.๓๐

ไปทิศตะวันตกจะพบลาภ

ไม่ควรเดินทาง

ไม่ควรเดินทาง

ไปแห่งหนใดก็ดี มีลาภ

ถ้าเดินทางจะเสียของรัก

จะได้ลาภเป็นสัตว์ ๒ เท้า

เดินทางจะเกิดคดีความ

๒๒.๓๐ - ๒๔.๐๐

ไปทิศตะวันออกจะมีลาภ

ไปแห่งหนใดก็ดี มีลาภ

ไปทิศตะวันตกจะพบลาภ

จะได้ลาภเป็นสัตว์ ๔ เท้า

เดินทางจะพบอุบัติเหตุ

ถ้าเดินทางจะเสียของรัก

เดินทางจะมีอันตราย

๒๔.๐๐ - ๐๑.๓๐

ไม่ควรเดินทาง

ถ้าไปจะเสียทรัพย์

เพศตรงข้ามจะให้ลาภ

จะได้ลาภเป็นสัตว์ ๒ เท้า

ไปทิศตะวันออกจะได้ลาภ

จะได้ลาภเป็นสัตว์ ๔ เท้า

เดินทางจะมีเหตุวิวาท

๐๑.๓๐ - ๐๓.๐๐

จะประสบความสำเร็จ

ไม่ควรเดินทาง

ถ้าไปจะเกิดอันตราย

เดินทางจะมีอันตราย

ไปแห่งหนตำบลใดก็มีลาภ

เดินทางจะเกิดคดีความ

ไม่ควรเดินทาง

๐๓.๐๐ - ๐๔.๓๐

ไปทิศใต้จะมีลาภ

ไปทิศตะวันออกจะได้ลาภ

ไม่ควรเดินทาง

ถ้าเดินทางจะเจ็บป่วย

พบเจอเพื่อนจะมีลาภ

ไปทิศตะวันตกจะพบลาภ

จะพบมิตรใหม่

๐๔.๓๐ - ๐๖.๐๐

ไม่ควรเดินทาง

ไปทิศตะวันตกจะพบลาภ

ไม่ควรเดินทาง

เพศตรงข้ามจะให้ลาภ

เพศตรงข้ามจะให้ลาภ

ไปทิศตะวันตกจะพบลาภ

จะได้พบเจอญาติพี่น้อง

ฤกษ์เดินทาง

สิทธิการิยะ ในพิธีการเกี่ยวกับฤกษ์เดินทางจะกำหนดทิศอัปมงคลไว้ แต่เพื่อให้งานมงคลนั้นป็นไปด้วยความราบรื่นจึงควรอ้อมไป โดยมีทิศอัปมงคลตามวันต่าง ๆ ดังนี้

ตาราง ทิศเทวดา ทิศผีหลวง และทิศหลาวเหล็ก

วัน ทิศเทวดา - เทพเจ้า ทิศผีหลวง ทิศหลาวเหล็ก

วันอาทิตย์ ตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันตกเฉียงเหนือ ตะวันตก

วันจันทร์ ตะวันตก ตะวันตก ตะวันออก

วันอังคาร ตะวันตกเฉียงใต้ ตะวันออกเฉียงเหนือ เหนือ

วันพุธ ใต้ เหนือ เหนือ

วันพฤหัสบดี เหนือ ใต้ ใต้

วันศุกร์ ตะวันออก ตะวันตก ตะวันตก

วันเสาร์ ตะวันตกเฉียงเหนือ ตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออก

ความหมายของทิศต่าง ๆ

ทิศเทพเจ้า เมื่อคิดจะทำการมงคล เสี่ยงโชค หรือการพนัน ควรเดินทางไปตามทิศเทวดา - เทพเจ้า จะมีชัย และคลาดแคล้วปลอดภัย

ทิศผีหลวง ไม่ควรเดินทางไปตามทิศผีหลวงตามวันต่าง ๆ เพราะจะพบกับอุปสรรคมากมี

ทิศหลาวเหล็ก ไม่ควรเดินทางไปตามทิศหลาวเหล็กตามวันต่างๆ จะแพ้ภัยตัวเอง เกิดอุบัติเหตุ และอาจล้มป่วยได้

ยามอุบากอง เมื่อคิดจะเดินทางตามฤกษ์เดินทางควรตรวจดูยามอุบากองประกอบด้วย จึงจะมีชัย และเมื่อได้ฤกษ์ยามตามตำราอุบากองแล้วให้ดูทิศดังนี้

ทิศผีหลวง เมื่อรู้ว่าผีหลวงอยู่ทิศใดไม่ควรเดินทางไปทางทิศนั้น ไปนั่งเรือนใครอย่าได้นั่งหันหน้าไปทางนั้น มิดีเลย

ทิศเทพเจ้า เมื่อจะทำการมงคล หรือเสี่ยงโชคทางการพนัน ควรนั่งไปทางทิศที่เทวดประจำจะมีชัย แคล้วคลาดภยันตรายเอย

ทิศหลาวเหล็ก เมื่อจะเดินทางไม่ควรเดินทางไปทางทิศหลาวเหล็ก เพราะจะแพ้ภัยตัวเอง อาจเจ็บไข้ได้ป่วย ต้องศาสตราวุธ ประสพภยันตรายต่าง ๆ ระหว่างเดินทาง

ฤกษ์เดินเรือ

สิทธิการิยะ อันโบราณว่าไว้ คืบก็ทะเล สอกก็ทะเล ไว้ใจไม่ได้ ผู้ออกเดินเรือควรถือฤกษ์ยาตราทางเรือ เพื่อให้บังเกิดความปลอดภัย มีสวัสดิมงคล และเสริมความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้เรือ ดังนี้

ฤกษ์เดินทางข้างขึ้น

ขึ้น ๑ ค่ำ เรือจะเกยตื้น ห้ามเดินทางจะมีอันตราย

ขึ้น ๒ ค่ำ เรือจะแล่นฉิว เดินทางดี มีโชคลาภ

ขึ้น ๓ ค่ำ เรือจะมั่นคง เดินทางปลอดภัย และจะมีโชคลาภ

ขึ้น ๔ ค่ำ เรือต้องลม พอเดินทางได้ แต่ยังต้องระวัง

ขึ้น ๕ ค่ำ เรือต้องลมพายุ ห้ามเดินทางจะมีอันตราย

ขึ้น ๖ ค่ำ เรือต้องลม พอจะเดินทางได้ แต่ยังต้องระวัง

ขึ้น ๗ ค่ำ เรือจะแล่นฉิว เดินทางดี มีโชคมีชัย และปลอดภัย

ขึ้น ๘ ค่ำ เรือเตรียมเดินทาง ให้เตรียมบรรทุกสิ่งของ

ขึ้น ๙ ค่ำ เรือจะอับปาง มีอันตราย ห้ามเดินทาง

ขึ้น ๑๐ ค่ำ เรือจะอับปาง มีอันตราย ห้ามเดินทาง

ขึ้น ๑๑ ค่ำ เรือจะมั่นคง เดินทางได้ ปลอดภัย และจะมีโชคลาภ

ขึ้น ๑๒ ค่ำ เรือจะแล่นดี เดินทางดี มีลาภ

ขึ้น ๑๓ ค่ำ เรือจะต้องลม แต่เดินทางได้ ให้ระมัดระวัง

ขึ้น ๑๔ ค่ำ เรือจะอับปาง ห้ามเดินทาง

ขึ้น ๑๕ ค่ำ เรือจะแล่นไป เดินทางดีพอประมาณ

ฤกษ์เดินทางข้างแรม

แรม ๑ ค่ำ เรือจะมีภัย ไม่ควรเดินทาง

แรม ๒ ค่ำ เรือจะแล่นดี เดินทางไปค้าขายจะมีกำไร

แรม ๓ ค่ำ เรือจะมีภัย ไม่ควรเดินทาง

แรม ๔ ค่ำ เรือจะมีภัย ไม่ควรเดินทาง

แรม ๕ ค่ำ เรือมั่นคงดี เดินทางปลอดภัย และจะได้ทรัพย์ดังหวัง

แรม ๖ ค่ำ เรือจะแล่นดี เดินทางปลอดภัย และจะมีลาภ

แรม ๗ ค่ำ เรือจะต้องพายุ ให้งดการเดินทาง

แรม ๘ ค่ำ เรือต้องลมบน ให้งดการเดินทาง

แรม ๙ ค่ำ เรือต้องลมบน ให้งดการเดินทาง

แรม ๑๐ ค่ำ เรือแล่นดี เดินทางปลอดภัย

แรม ๑๑ ค่ำ เรือแล่นดี เดินทางพอไปได้ แต่ไม่ค่อยราบรื่นนัก

แรม ๑๒ ค่ำ เรือจะมีภัย ไม่ควรเดินทาง

แรม ๑๓ ค่ำ เรือแล่นดี เดินทางปลอดภัย มีลาภ มีเดช

แรม ๑๔ ค่ำ เรือแล่นดี เดินทางปลอดภัย มีเดช มีชัย

แรม ๑๕ ค่ำ เรือจะต้องพายุ ให้งดการเดินทาง

ฤกษ์ปัญจมหาเศรษฐี

สิทธิการิยะ ในสมัยพุทธกาลมีมหาเศรษฐี ๕ ท่าน ที่มีชื่อเสียงต่างกัน แต่ละท่านล้วนมีส่วนเกี่ยวพันกับพุทธจริยาของพระพุทธองค์ โหราจารย์จึงนำชื่อเศรษฐีเหล่านั้นมาตั้งเป็นชื่อฤกษ์ยาม ดังนี้

๑. ฤกษ์นันทมหาเศรษฐี

ตรงกับขึ้น ๑, ๖, ๑๑ ค่ำ และแรม ๑, ๖, ๑๑ ค่ำ วันศุกร์ของทุกเดือน

วันศุกร์ ๑ ค่ำ เป็นฤกษ์อมฤตโชค หรือราชาโชค

วันศุกร์ ๑๑ ค่ำ เป็นฤกษ์สิทธิโชค

๒. ฤกษ์ภัทรมหาเศรษฐี

ตรงกับ ขึ้น ๒, ๗, ๑๒ ค่ำ และแรม ๒, ๗, ๑๒ ค่ำ วันพุธของทุกเดือน

วันพุธ ๒ค่ำ เป็นฤกษ์อมฤตโชค

๓. ฤกษ์ชัยมหาเศรษฐี

ตรงกับ ขึ้น ๓, ๘, ๑๓ ค่ำ และแรม ๓, ๘, ๑๓ ค่ำ วันอังคารของทุกเดือน

วันอังคาร ๑๓ ค่ำ เป็นฤกษ์มหาสิทธิโชค

๔. ฤกษ์มิตรมหาเศรษฐี

ตรงกับ ขึ้น ๔, ๙, ๑๔ ค่ำ และแรม ๔, ๙, ๑๔ ค่ำ วันเสาร์ของทุกเดือน

วันเสาร์ ๔ ค่ำ เป็นฤกษ์สิทธิโชค

๕. ฤกษ์ปุรณมหาเศรษฐี

ตรงกับ ขึ้น ๕, ๑๐, ๑๕ ค่ำ และแรม ๕, ๑๐, ๑๕ ค่ำ วันพฤหัสบดีของทุกเดือน

วันพฤหัสบดี ๕ ค่ำ เป็นฤกษ์วันชัยโชค

ความหมายของฤกษ์

ฤกษ์สิทธิโชค ทำการทั้งปวงได้ผลดี

ฤกษ์อมฤตโชค ทำการทั้งปวงได้ผลดี มีเกียรติยศชื่อเสียง เป็นที่นิยมรักใคร่

วันมหาสิทธิโชค ทำการใดจะสำเร็จ

วันชัยโชค ทำการใดจะมีชัยชนะ

ฤกษ์วันขึ้นเตียงเรียงหมอน

สิทธิการิยะ พิธีงานมงคลสมรส เป็นพิธีกรรมสำคัญของชายหญิงที่มีกฎหมายและจารีตประเพณีให้การรองรับไว้ ต่างปรารถนาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข เจริญรุ่งเรือง จึงหาฤกษ์งามยามดีสำหรับพิธีการแต่งงานจนถึงเวลาขึ้นเตียงเรียงหมอน ดังนี้

เดือนที่นิยมแต่งงาน

ประเพณีไทยนิยมแต่งงานกันเดือนคู่มากที่สุด เพราะเชื่อกันว่าจะได้อยู่ร่วมเตียงเคียงหมอนกันไปตลอด โดยมากนิยมเดือน ๒, ๔, ๖ และ ๑๐ ยกเว้น เดือน ๑๒ เพราะเป็นเดือนที่สุนัขมันติดสัด ส่วนเดือนคี่นิยมเฉพาะเดือน ๙ เท่านั้น เพราะเชื่อกันว่าแต่งงานเดือน ๙ แล้วจะก้าวหน้า ส่วนการเลือกวันนิยมเลือกวันอาทิตย์ จันทร์ และศุกร์ และถือเอาติถีข้างขึ้นดีกว่าข้างแรม เพราะหวังความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นตลอดไป

วันขึ้นเตียงเรียงหมอน

พิธีการส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอ นิยมทำกันหลัง ๖ โมงเย็นไปแล้ว แต่ไม่เกิน ๕ ทุ่ม โดยห้องหอบ่าวสาวจะมีผู้เฒ่าผู้แก่ที่เป็นสามีภรรยากันมาจัดตกแต่งปูที่นอนจัดหมอนให้ และทั้งคู่นี้ได้รับการยอมรับแล้วว่า เป็นคู่ครองที่อยู่ด้วยกันมานานอย่างร่มเย็นเป็นสุขที่สุดและมีฐานะร่ำรวย ทั้งนี้ก็เพื่อถือเป็นเคล็ดให้คู่บ่าวสาวได้อยู่ร่วมเตียงเคียงหมอนกันอย่างมีความสุข รักกันยั่งยืนจนแก่จนเฒ่านั่นเอง

เมื่อถึงฤกษ์ส่งคู่บ่าวสาวเข้าห้องหอ ฝ่ายชายจะล้มตัวลงนอนด้านขวา ส่วนฝ่ายหญิงจะนอนด้านซ้าย เพราะถือกันว่าด้านขวาเป็นผู้นำ ซ้ายผู้ตาม ในช่วงเวลาแห่งความรักนี้ทั้งคู่จะกล่าวแต่สิ่งอันเป็นมงคลเพื่อให้เป็นสิริมงคลแก่ตนและครอบครัว และในการนี้เอง ฝ่ายโหราศาสตร์ได้ถือเอาดิถีเวลาที่เหมาะสมสำหรับส่งตัวเจ้าบ่าวมาหาเจ้าสาว เพื่อความเป็นสิริมงคล ดังนี้

ข้างขึ้น (ฤกษ์ดี)

ขึ้น ๖ และ ๗ ค่ำ จะร่ำรวยด้วยสมบัติพัสถาน

ขึ้น ๑๐ ค่ำ การงานเจริญก้าวหน้า

ขึ้น ๑๓ ค่ำ อยู่กันร่มเย็นเป็นสุข

ข้างขึ้น (ฤกษ์ไม่ดี)

ขึ้น ๑, ๒, ๓, ๔ และ ๕ ค่ำ จะเกิดการกดขี่ข่มเหงในครอบครัว

ขึ้น ๘ และ ๙ ค่ำ มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน

ขึ้น ๑๑ และ ๑๒ ค่ำ จะเสียเปรียบคู่แข่ง

ข้างแรม (ฤกษ์ดี)

แรม ๔ ค่ำ การงานเจริญก้าวหน้า

แรม ๘ ค่ำ จะร่ำรวยด้วยสมบัติพัสถาน

แรม ๑๐ ค่ำ จะอยู่ด้วยกันอย่างร่มเย็นเป็นสุข

แรม ๑๔ ค่ำ จะร่ำรวยด้วยสมบัติพัสถาน

ข้างแรม (ฤกษ์ไม่ดี)

ข้างแรมนอกเหนือจากด้านบนนี้ล้วนไม่เป็นมงคล

วันฟู วันลอย วันจม

สิทธิการิยะ โหราจารย์โบราณได้เฝ้าสังเกตธรรมชาติจนเข้าใจแก่นแท้ถึงการเกิดดับตามวัฏจักรธรรมชาติ (วิถีฟ้า) จึงนำมาปรับใช้กับวิถีวัฒนธรรม สังคม และอาชีพ ในการถือเอามงคลประกอบการให้สอดคล้องกับวิถีฟ้า หรือเรียกกันว่า ฤกษ์งาม นั่นเอง และในที่นี่หมายถึง วันฟู วันลอย และวันจม ดังนี้

วันฟู คือ วันที่เฟืองฟู นำไปสู่ความก้าวหน้า ควรทำการมงคลในวันนี้

วันลอย มีผลเช่นเดียวกับวันูฟู แต่จะให้ผลดีมากกับกิจการทางเรือ หรือการขนส่งทางน้ำ

วันจม คือ วันที่ไม่ควรทำการมงคลใด ๆ เพราะจะนำไปสู่ความหายนะล่มจม

การนำไปใช้ วันฟู และวันลอย ใช้สำหรับเป็นฤกษ์ยามประกอบการต่าง ๆ เช่น การทำธุรกิจ ค้าขาย และการเกษตร ส่วนวันจมเป็นวันอัปมงคลไม่ควรทำการใดเลย โดยเฉพาะกิจการที่ต้องใช้เงินลงทุนมาก รายละเอียดมีดังนี้

เดือน วันฟู วันลอย วันจม

พุธ จันทร์ ศุกร์

พฤหัสบดี อังคาร เสาร์

ศุกร์ พุธ อาทิตย์

เสาร์ พฤหัสบดี จันทร์

อังคาร อาทิตย์ พฤหัสบดี

พุธ จันทร์ ศุกร์

พฤหัสบดี อังคาร เสาร์

ศุกร์ พุธ อาทิตย์

เสาร์ พฤหัสบดี จันทร์

๑๐ อาทิตย์ ศุกร์ อังคาร

๑๑ จันทร์ เสาร์ พุธ

๑๒ อังคาร อาทิตย์ พฤหัสบดี

ดิถีฤกษ์ห้ามทำพิธีมงคล

สิทธิการิยะ โบราณจารย์ท่านสอนสืบกันมาถึงข้อห้ามทำพิธีกรรมว่า สงฆ์ ๑๔ นารี ๑๑ สมรส ๗ เผาศพ ๑๕ อย่าพึงกระทำ ดังความต่อไปนี้

สงฆ์ ๑๔ หมายถึง วันขึ้นหรือแรม ๑๔ ค่ำ ห้ามนิมนต์พระสงฆ์มาบวชนาค หรือทำบุญขึ้นบ้านใหม่ หาไม่แล้วจะพบแต่ความเดือดร้อนและเกิดอาเพศในบ้านเรือนตน

นารี ๑๑ หมายถึง ไม่ควรโกนจุกลูกสาว ในวันขึ้นหรือแรม ๑๑ ค่ำ หาไม่แล้วจะเป็นกาลกิณีบ้าน กาลกิณีเมือง แต่ไม่ห้ามโกนให้ลูกชาย

สมรส ๗ หมายถึง ไม่ควรทำพิธีมงคลสมรส ในวันขึ้นหรือแรม ๗ ค่ำ โดยเฉพาะตรงกับวันศุกร์ ถือเป็นฤกษ์ไม่ดี หากฝืนทำในวันนี้จะเกิดเหตุให้เดือดร้อนจนอยู่กินกันไม่ได้

เผาศพ ๑๕ หมายถึง ไม่ควรทำพิธีมาปนกิจในวันขึ้นหรือแรม ๑๕ ค่ำ ซึ่งเป็นวันพระ ถ้ายิ่งตรงกับวันศุกร์ด้วยแล้วยิ่งไม่ควรทำ ถือเป็นการหลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะเกิดอัปรีย์ต่อตนและครอบครัว

อย่างไรก็ตาม ฤกษ์ยามสำหรับพิธีกรรมต่าง ๆ ดังกล่าว เป็นเพียงเรื่องเล่าสืบต่อกันมาเท่านั้น ผู้มีปัญญาพึงพิจารณาให้ถ่องแท้ตามกาลสมัย เพราะความเชื่อในแต่ละยุคสมัยย่อมมีเหตุและปัจจัยแตกต่างกันออกไป

ตำรามหาฤกษ์

สิทธิการิยะ ฤกษ์งาม ยามดี เป็นศรีแก่ชีวิต เป็นความเชื่อที่สืบทอดต่อกันมาแต่โบราณ เมื่อได้ฤกษ์ยามดีทำการมงคลแล้วสิ่งดี ๆ จะตามมา โหราจารย์ ท่านจึงถือกำหนดฤกษ์ยามในแต่ละเดือนขึ้น ดังนี้

ฤกษ์ยามในแต่ละเดือน

ข้างขึ้น ตั้งแต่ขึ้น ๑ ค่ำ ถึง ๑๕ ค่ำ เรียกว่า ศุกลปักษ์

ข้างแรม ตั้งแต่แรม ๑ ค่ำ ถึง ๑๕ ค่ำ เรียกว่า กาฬปักษ์

ศุกลปักษ์

ขึ้น ๑ ค่ำ ทำการมงคลดี เหมาะแก่การเปิดร้านค้าขาย แต่ไม่เหมาะกับการเจรจา

ขึ้น ๒ ค่ำ ไม่เหมาะแก่งานมงคล เปิดร้านค้าขาย หรือปลูกบ้านสร้างเรือน ไม่ดี

ขึ้น ๓ ค่ำ ไม่เหมาะแก่งานมงคลทุกชนิด

ขึ้น ๔ ค่ำ ทำการมงคลดีทุกอย่าง เดินทาง หรือไปค้าขายจะมีกำไร

ขึ้น ๕ ค่ำ ไม่เหมาะแก่งานมงคล หรือปลูกบ้าน สร้างเรือน

ขึ้น ๖ ค่ำ เหมาะแก่งานมงคลทุกชนิด ปลูกบ้านสร้างเรือนดีเดินทางปลอดภัย

ขึ้น ๗ ค่ำ ไม่เหมาะแก่งานมงคล ถ้าปลูกบ้านหรือซื้อขายบ้านจะเกิดคดีความ

ขึ้น ๘ ค่ำ ไม่เหมาะแก่งานมงคล ปลูกเรือนจะมีอุปสรรค เดินทางไม่ปลอดภัย

ขึ้น ๙ ค่ำ เหมาะแก่งานมงคลทุกชนิด แต่ผู้ใหญ่จะให้การสนับสนุน

ขึ้น ๑๐ ค่ำ ไม่เหมาะแก่งานมงคลทุกชนิด เลี้ยงสัตว์ขายจะขาดทุน เดินทางไกลไม่ปลอดภัย

ขึ้น ๑๑ ค่ำ เหมาะแก่งานมงคลทุกชนิด ขอความช่วยเหลือกับผู้ใหญ่จะได้รับการสนับสนุน

ขึ้น ๑๒ ค่ำ ไม่เหมาะแก่งานมงคลทุกชนิด โดยเฉพาะการไปสู่ขอภรรยา หรือสร้างบ้าน

ขึ้น ๑๓ ค่ำ เหมาะแก่งานมงคล การเจรจา สู่ขอภรรยา หรือการเดินทางไกล ล้วนแต่มีชัย

ขึ้น ๑๔ ค่ำ ไม่เหมาะแก่งานมงคลทุกชนิด ปลูกเรือน ค้าขาย ช่วยเหลือคน ล้วนแต่ผิดหวัง

ขึ้น ๑๕ ค่ำ เหมาะแก่งานมงคล ปลูกเรือนดี ขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่จะสมหวัง ค้าขายดี

กาฬปักษ์

แรม ๑ ค่ำ ฤกษ์มงคลดี สารพัดกิจการทั้งปวงทำในวันนี้ดี

แรม ๒ ค่ำ ไม่เหมาะแก่งานมงคล เดินทางไกลจะมีอุปสรรค

แรม ๓ ค่ำ ไม่เหมาะแก่งานมงคลทุกชนิด

แรม ๔ ค่ำ เหมาะแก่งานมงคล ปลูกบ้านสร้างเรือนดี ทำมาค้าขายคล่อง

แรม ๕ ค่ำ ไม่เหมาะแก่งานมงคลทุกชนิด การเจรจาล้มเหลว

แรม ๖ ค่ำ สารพัดกิจการทั้งปวงดี

แรม ๗ ค่ำ ไม่เหมาะแก่งานมงคล การเดินทางทางน้ำอันตราย สู่ขอภรรยาไม่ราบรื่น

แรม ๘ ค่ำ ไม่เหมาะแก่งานมงคล สร้างอาคารไม่ดี เดินทางมีอันตราย การเจรจาล้มเหลว

แรม ๙ ค่ำ เหมาะแก่งานมงคลทุกชนิด สู่ขอภรรยาราบรื่น แต่การค้าขายจะขาดทุน

แรม ๑๐ ค่ำ ไม่เหมาะแก่งานมงคลทุกชนิด การเดินทางมีอุปสรรค ลงทุนเปิดร้านจะขาดทุน

แรม ๑๑ ค่ำ ฤกษ์มงคลดี การเดินทางปลอดภัย สู่ขอภรรยาราบรื่น แต่การเจรจาจะล้มเหลว

แรม ๑๒ ค่ำ ไม่เหมาะแก่งานมงคลทุกชนิด ไม่ควรชวนเพื่อนมาบ้านจะขัดเคืองกัน

แรม ๑๓ ค่ำ ฤกษ์ทำการมงคลดี ปลูกสร้าง ค้าขาย และไปสู่ขอภรรยาดี ราบรื่น

แรม ๑๔ ค่ำ ฤกษ์มงคลดี แต่ไม่เหมาะกับการไปสู่ขอภรรยา

แรม ๑๕ ค่ำ เหมาะแก่งานมงคลทุกชนิด แต่ไม่เหมาะกับการเดินป่า ปืนเขา จะมีอันตราย

ดูโชคลาภร้าย ดี ประจำปี

สิทธิการิยะ ชายหญิงใดใคร่รู้ว่าปีนี้ตนจะมีโชคลาภร้ายดีประการใด โหราจารย์ท่านได้ศึกษาไว้ดังนี้

วิธีคำนวณดูโชคลาภประจำปี

อายุตน x ๑๐๘ หารด้วย ๙ เศษนี้อยู่บนนำผลลัพธ์มาตั้ง หารด้วย 2 อีกครั้ง เศษเท่าใด เศษนั้นอยู่ล่างทำนายตามเศษทั้งสองนั้น

ตัวอย่างการทำนาย

อายุ ๔๑ ปี X ๑๐๘ = ๔๔๒๘

๔๔๒๘ ÷ ๙ = ๔๙๒ เศษ ๐

๔๙๒ ÷ ๙ = ๕๔ เศษ ๖

ผลลัพธ์ ๐ / ๖

ตาราง ผลการทำนายรายปี

เศษ

ผลรูปธรรม

เดือน

๕ - ๗

เดือน

๘ - ๑๐

เดือน

๑๑ - ๑๒ , ๑

เดือน

๒ - ๔

๐ / ๑

โดนใส่ร้ายป้ายสี

จะเป็นทุกข์เพราะญาติพี่น้อง

พลัดจากที่อยู่ สูญเสียของรัก

เจ็บป่วยหนัก

วิวาทกับญาติพี่น้อง

๐ / ๒

ผู้ใหญ่กลั่นแกล้ง

ผู้หญิงจะให้ลาภ

ผู้ใหญ่ให้โทษ

ได้พบญาติและได้ลาภสิ่งของ

ได้ลาภทรัพย์สิน

๐ / ๓

จะเกิดเหตุให้เลือดตกยางออก

เจียมตัว ดีกว่ากล้าจนเจ็บตัว

ได้ของใหม่แต่จะเสียของเก่า

ได้สัตว์ ๒ เท้า และ ๔ เท้า

มีโรคภัยไข้เจ็บ ลูกน้องจะตีจาก

๐ / ๔

มีชายหญิงกล่าวโทษให้

จะมีลาภทรัพย์สินเงินทอง

ทะเลาะกับเพื่อนบ้าน

ได้สัตว์ ๒ เท้า และ ๔ เท้า

เจ็บป่วยและเสียของรัก

๐ / ๕

สุขีมั่งมีอุดมด้วยทรัพย์สินเงินทอง

จะมีผู้นำของขวัญล้ำค่ามาฝาก

ญาติผู้ใหญ่จะให้ลาภ

จะได้ลาภจากแดนไกล

มิตรสหายจะนำโชคลาภมาให้

๐ / ๖

มีสุขทุกข์และจะเสียของรัก

มีลาภเล็กๆน้อย ๆ

เจ็บป่วยเล็กน้อย

จะผิดใจกับพ่อแม่ ครูอาจารย์

ผู้ใหญ่จะให้ลาภสิ่งของ

๐ / ๗

คนรักตีจาก ลูกน้องจะให้โทษ

ถ้าไม่เดินทางไกลจะมีลาภมาหา

เดินทางไกลจะได้ลาภมีค่า

มีชื่อเสียงโด่งดัง

ผู้ใหญ่จะให้ลาภ แต่ตนจะเสียคน

๐ / ๘

พลัดพรากจากที่อยู่อาศัย

มีชัยชนะเหนือศัตรูหรืออุปสรรคต่างๆ

ไม่สบายป่วยหนัก

ผู้ใหญ่จะส่งเสริมให้ก้าวหน้า

ได้สัตว์ ๒ เท้า หรือ ๔ เท้า

๐ / ๐ 

จะได้รับมรดกมีค่ามาก

ผู้ใหญ่จะส่งเสริม แต่คนรักจะตีจาก

คนมาพักด้วยจะให้โทษตน

มีปากเสียงทะเลาะวิวาท

ได้ลาภข้าวของเงินทอง

ดูโชคลาภร้ายดีประจำเดือน

วิธีคำนวณดูโชคลาภรายเดือน

อายุตน ( - ๑ ปี) x ๑๘ หารด้วย ๙ เศษนี้อยู่บนนำผลลัพธ์นั้นมาตั้ง หารด้วย ๙ อีกครั้ง เศษเท่าใด เศษนั้นอยู่ล่างทำนายตามเศษทั้งสอง

ตัวอย่างการทำนาย

อายุ ๔๑ ปี ลดลง ๑ ปี x ๑๘ = ๗๒๐

๗๒๐ ÷ ๙ = ๘๐ เศษ ๐

๘๐  ÷ ๙ = ๘ เศษ ๙

ผลลัพธ์  ๐ / ๘

ตาราง ผลการทำนายตามเศษ โชครายเดือน

เศษ

เดือน

๕ - ๗

เดือน

๘ - ๑๐

เดือน

๑๑ - ๑๒ , ๑

เดือน

๒ - ๔

๐ / ๑

จะได้ลาภ แต่จะมีทุกข์กับญาติพี่น้อง

พลัดพรากจากที่อยู่อาศัย

เจ็บป่วยอาการหนัก

ทะเลาะกับญาติพี่น้อง

๐ / ๒

จะได้ลาภจากผู้หญิง

โดนใส่ร้ายป้ายสี พึงระวังคนใกล้ชิด

ได้ทุกขลาภได้เท่าไรเสียเท่านั้น

มีลาภเล็กๆน้อยๆ

๐ / ๓

ข้าวของในครัวเรือนจะสูญหาย

หาทรัพย์สินมาได้ แต่จักเก็บไว้ไม่อยู่

โดนใส่ร้ายป้ายสีให้ต้องเสียทรัพย์

จะได้ลาภเป็นทรัพย์สินเงินทอง

๐ / ๔

ออกเดินทางไกลจะได้ลาภมีค่า

จะทะเลาะกับเพื่อนบ้าน

ได้ลาภเป็นสัตว์  ๒ เท้า ๔ เท้า

ฐานะมั่งคั่งร่ำรวย มีสุขสวัสดิ์ดี

๐ / ๕

ได้ลาภลอยมูลค่าสูง

ได้ลาภเป็นทรัพย์สินสิ่งของ

ศัตรูจะกลายเป็นมิตร และได้ลาภสิ่งของ

จะได้ของขลังจากผู้ทรงศีล

๐ / ๖

คนต่างแดนจะนำลาภมาให้

คนในบ้านเรือนตนจะหนีไปหรือย้ายออก

จะทะเลาะกับผู้ใหญ่ หรือครูอาจารย์

ได้ลาภเป็นสัตว์  ๒ เท้า ๔ เท้า

๐ / ๗

จะได้ลาภมีค่าและมีชื่อเสียงโด่งดัง

จะได้ลาภเป็นสิ่งของ ได้รับความสุขสบาย

ผู้ใหญ่จะส่งเสริมให้ก้าวหน้า

มีลูกน้องเข้ามาอยู่ในการปกครองเพิ่ม

๐ / ๘

มีความสุขสบายไปชั่วระยะหนึ่ง

มีเหตุให้เจ็บไข้ได้ป่วย

ผู้ใหญ่จะนำลาภมาให้เป็นที่ถูกใจมาก

อยู่ที่เดิมจะทะเลาะกับเพื่อนบ้าน

๐ / ๙

จะได้ลาภเป็นที่ถูกใจ

เกิดคดีความต่างๆ ภายหลังจะมีลาภ

มีคนใส่ร้ายป้ายสี หากอยู่เฉยๆ จะชนะ

เกิดอัคคีภัยในบ้านตน แต่ภายหลังจะมีลาภ

๐ / ๐

จะเจ็บป่วยอย่างหนัก

ได้ทรัพย์สินข้าวของ แต่ภายหลังจะสูญเสีย

จะถูกใส่ร้ายป้ายสี

เจ็บป่วยอาการหนัก


โหราศาสตร์เกี่ยวกับการเกษตรกรรม

สิทธิการิยะ โหราจารย์ผู้เชี่ยวชาญในพฤกษศาสตร์แนะนำวิธีการปลูกต้นไม้ในบ้านให้เป็นสิริมงคลแก่ผู้อาศัย โดยให้ปลูกในทิศที่ถูกต้อง ดังนี้

๑. ทิศตะวันออก ควรปลูกต้นไผ่ ต้นกุ่ม และต้นมะพร้าว สุขภาพร่างกายผู้คนในครัวเรือนจะแข็งแรง

๒. ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ควรปลูกต้นสารภี ต้นยอ ป้องกันเสนียดจัญไร เภทภัยภยันตรายต่างๆ ได้ดี

๓. ทิศใต้ ควรปลูกต้นมะม่วง ต้นมะพลับ ป้องกันผู้คนมารังแกให้เดือดร้อน

๔. ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ควรปลูกต้นพิกุล ต้นขนุน ต้นคูน และต้นสะเดาป้องกันการถูกใส่ร้ายป้ายสีดี

๕. ทิศตะวันตก ควรปลูกต้นมะขาม ต้นมะยม ป้องกันการเกิดคดีความกับผู้คนในบ้านและกันคุณไสยกันได้ดี

๖. ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ควรปลูกต้นมะกรูด ต้นมะนาว และต้นส้มเขียวหวานป้องกันศัตรู โจรผู้ร้ายเข้ามางัดแงะ หรือทำร้าย

๗. ทิศเหนือ ควรปลูกต้นพุทรา ต้นฝรั่ง หรือว่านป้องกันคุณไสยต่าง ๆ ได้ดี และมีเมตตามหานิยม

๘. ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ควรปลูกต้นทุเรียน ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้ดี

การปลูกต้นไม้ดังกล่าว หากสังเกตจะเห็นว่า เป็นต้นผลหมากรากไม้ที่ให้คุณประโยชน์หลายด้าน น่าจะเป็นกุศโลบายให้ผู้เดินทางผ่านหรือเพื่อนบ้านมองเห็นประโยชน์ของการใช้พันธุ์ไม้ร่วมกันมากกว่า ด้วยมองเห็นว่าอุปนิสัย คนไทยนั้นรักการแบ่งปันอยู่แล้ว

ตำราปลูกต้นไม้

เพื่อให้การปลูกต้นไม้และพืชพรรณธัญญาหารต่าง ๆ ได้ผลดี โหราจารย์ ท่านแนะนำไว้ดังนี้

วันอาทิตย์ ควรปลูกพืชประเภทใช้หัว หรือเหง้าทุกชนิด เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ เผือก มัน

วันจันทร์ ควรปลูกพืชที่ให้ใบนำมาปรุงอาหารได้ เช่น ต้นแมงลัก ผักกาด โหระพา

วันอังคาร ควรปลูกต้นไม้จำพวกเป็นเครือ เถาพืชเลื้อย เช่น ตำลึง แตงโม น้ำเต้า แตงล้าน

วันพุธ ควรปลูกต้นไม้ที่ให้ดอกปรุงอาหาร และพันธุ์ไม้ดอกทุกชนิด

วันพฤหัสบดี ควรปลูกต้นไม้ที่ให้ฝักและรวง เช่น ถั่วเขียว ถั่วลิสง ถั่วฝักยาว ถั่วเหลือง

วันศุกร์ ควรปลูกต้นไม้ที่ให้ผล เช่น มะม่วง ส้ม ฝรั่ง ละมุด ลางสาด ลิ้นจี่ ทับทิม

วันเสาร์ ควรปลูกต้นไม้ยืนต้นที่ให้คุณทั่วไป

เวลามงคลสำหรับปลูกต้นไม้

ช่วงเช้า ปลูกเอาผล

ช่วงสาย ลูกเอาลำต้น

ยามเที่ยง ปลูกเอาใบ

ยามเย็น ปลูกเอาเหง้า และหัว

ยามพระราม

สิทธิการิยะ อาชีพเร่ขายและการเจรจาเพื่อการค้านั้น มีจังหวะโอกาส ความสามารถ และสินค้าเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้ประสบความสำเร็จ โหราจารย์จึงบอกยามเสริมดวงการค้าไว้ดังนี้

วันอาทิตย์

ยามดี

๐๗.๓๐ - ๐๙.๐๐ น. เดินทางไปทิศเหนือจะได้ลาภ

๐๙.๐๐ - ๑๐.๓๐ น. เดินทางไปทิศใดก็ได้ทรัพย์

๑๐.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. เดินทางไปทิศตะวันตก จะได้ลาภทรัพย์สินเงินทอง

ยามร้าย

๐๖.๐๐ - ๐๗.๓๐ น. ไม่ควรออกเดินทาง จะเสียทรัพย์ หรือเกิดอุบัติเหตุ

๑๒.๐๐ - ๑๓.๓๐ น. ไม่ควรออกเดินทาง จะเกิดเรื่องทะเลาะวิวาท

๑๓.๓๐ - ๑๕.๐๐ น. เดินทางไปทิศตะวันตกเฉียงเหนือจะเกิดเรื่องทะเลาะวิวาท

๑๕.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. ไม่ควรออกเดินทาง จะเกิดอุบัติเหตุ

๑๖.๓๐ - ๑๘.๐๐ น. ไม่ควรออกเดินทาง จะเสียทรัพย์ หรือเกิดเหตุอันตราย

วันจันทร์

ยามดี

๐๗.๓๐ - ๐๙.๐๐ น. เดินทางไปทิศเหนือจะได้ลาภเป็นทรัพย์สินเงินทอง

0๙.๐๐ - ๑๐.๓๐ น. เดินทางไปทิศไหนก็จะโชคดีมีชัย

๑๓.๓๐ - ๑๘.๐๐ น. เดินทางไปทั่วทิศก็มีลาภ

ยามร้าย

๐๖.๐๐ - ๐๗.๓๐ น. เดินทางไปทิศตะวันตก จะมีศัตรู

๑๐.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. เดินทางไปทิศใดก็จะเจ็บตัว หรือเสียตัว

๑๒.๐๐ - ๑๓.๓๐ น. เดินทางไปทิศใดก็พบศัตรู อาจต่อสู้จนบาดเจ็บ หรือเสียตัว

วันอังคาร

ยามดี

๐๙.๐๐ - ๑๐.๓๐ น. เดินทางทิศเหนือ จะมีลาภสวัสดิ์ดี

๑๐.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. เดินทางไปทางตะวันตก จะมีลาภเป็นทรัพย์สินเงินทอง

๑๒.๐๐ - ๑๓.๓๐ น. เดินทางไปทิศตะวันออก เพื่อนใหม่จะนำลาภมาให้

๑๓.๓๐ - ๑๕.๐๐ น. เดินทางไปทิศเหนือ จะมีลาภค้าขายดีมีกำไร

๑๕.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. เดินทางไปทิศไหน ๆ ก็จะมีลาภ

ยามร้าย

๐๖.๐๐ - o๗.๓๐ น. ไม่ควรออกเดินทาง จะมีเรื่องให้เดือดเนื้อร้อนใจ

๐๗.๓๐ - ๐๙.๐๐ น. เดินทางไปทิศไหน ๆ ก็ดี ไม่มีโชคแต่ปลอดภัย

๑๖.๓๐ - ๑๘.๐๐ น. เดินทางไปทุกทิศมีอุปสรรค

วันพุธ

ยามดี

๐๖.๐๐ - ๐๗.๓๐ น. เดินทางไปทุกทิศจะได้ลาภอันพึงปรารถนา

๐๗.๓๐ - ๐๙.๐๐ น. เดินทางไปทิศตะวันตก จะได้ลาภเป็นสิ่งของ

๑๐.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. เดินทางไปทิศเหนือ จะมีผู้นำลาภมาให้

๑๕.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. เดินทางไปทิศตะวันออก จะได้ลาภเป็นทรัพย์สินเงินทอง

๑๖.๓๐ - ๑๘.๐๐ น. เดินทางไปทุกทิศก็จะมีชัย

ยามร้าย

๐๙.๐๐ - ๑๐.๓๐ น. เดินทางไปทิศใดก็จะเจ็บป่วย

๑๒.๐๐ - ๑๓.๓๐ น. เดินทางไปทิศใดก็จะมีอันตราย

๑๓.๓๐ - ๑๕.๐๐ น. เดินทางไปทิศใดก็จะมีศัตรู

วันพฤหัสบดี

ยามดี

๐๖.๐๐ - ๐๗.๓๐ น. ได้ลาภสิ่งของทุกทิศ

๐๙.๐๐ - ๑๐.๓๐ น. จะมีชัยเหนือศัตรูทุกทิศ

๑๐.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. จะได้ลาภอันพึงพอใจทุกทิศ

๑๒.๐๐ - ๑๓.๓๐ น. เดินทางไปแห่งหนตำบลใด จะมีชัยเหนือศัตรู

๑๓.๓๐ - ๑๕.๐๐ น. จะได้ลาภอันพึงพอใจทุกทิศ

๑๖.๓๐ - ๑๘.๐๐ น. เดินทางทิศเหนือผู้ใหญ่จะให้การอุปถัมภ์ค้ำชู

ยามร้าย

๐๗.๐๐ - ๐๙.๐๐ น. เดินทางไปทิศใต้จะมีศัตรู ทะเลาะวิวาท

๑๕.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. เดินทางไปทิศใดเพื่อนจะกลายเป็นศัตรู

วันศุกร์

ยามดี

๐๖.๐๐ - ๐๗.๓๐ น. จะได้ลาภอันพึงพอใจทุกทิศ

๐๗.๓๐- ๐๙.๐๐ น. จะได้ลาภทุกสิ่งของทุกทิศ

๐๙.๐๐- ๑๐.ต๐ น. เดินทางไปทิศตะวันตก จะได้ลาภเป็นทรัพย์สินเงินทอง

๑๐.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. จะได้ลาภอันพึงปรารถนาทุกทิศ

๑๒.๐๐ - ๑๓.๓๐ น. ไปแห่งหนตำบลใดก็จะได้ลาภมีค่า

๑ต.๓๐ - ๑๕.๐๐ น. เดินทางไปทิศเหนือ จะได้ของฝากล้ำค่า

๑๖.๓๐ - ๑๘.๐๐ น. จะได้ลาภอันประเสริฐทั่วทิศ

ยามร้าย

๑๕.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. เดินทางไปแห่งหนใดตำบลก็จะเสียเปรียบผู้อื่น

วันเสาร์

ยามดี

๐๗.๓๐ - ๐๙.๐๐ น. เดินทางไปแห่งหนใดก็จะได้ลาภเป็นทรัพย์ล้ำค่า

๑๒.๐๐ - ๑๓.๓๐ น. จะได้ลาภทั่วทิศทั้งทรัพย์สินและอาหารการกิน

๑๓.๓๐ - ๑๕.๐๐ น. เดินทางไปแห่งหนใดก็จะได้ลาภ

ยามร้าย

๐๖.๐๐ - ๐๗.๓๐ น. เดือดร้อนทั่วทิศที่เดินทางไป

๐๙.๐๐ - ๑๐.๓๐ น. จะพบศัตรูอยู่ทั่วทิศ

๑๐.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. การเดินทางจะเกิดอุปสรรค หรือเจ็บไข้ได้ป่วย

๑๕.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. เดินทางไปแห่งหนตำบลใดก็มีภัย

๑๖.๓๐ - ๑๘.๐๐ น. เดินทางไปแห่งใดก็จะเสียของรัก

ยามสามตา

สิทธิการิยะ การจับยามสามตาตามตำรามรดกอีสาน อลิสา รามโกมุท ได้นำมารวบรวมเรียบเรียงไว้ในนามานุกรมขนบประเพณีไทย หมวดประเพณีราษฎร์ เล่ม ๓ (คติความเชื่อ) กรมศิลปากรพิมพ์ พ.ศ.๒๕๕๒ เพื่อดูของหายได้ง่าย ๆ โดยพิจารณาจากรูปสามเหลี่ยมข้างล่างนี้แล้วดูวิธีการจับยามสามตาต่อไป

ตาราง ผลการจับยามสามตา

๑. กาจับหลัก ของที่หายยังอยู่กับที่ให้หาบริเวณที่คาดว่าของหายแล้วจะพบ

๒. ไม้หักทับทาง ของที่หายนั้นเคลื่อนที่ไปแล้ว หาให้ดีมีโอกาสพบแต่ต้องใช้เวลา

๓. นกยางคาบหนี ของที่หายถูกขโมยเอาไปไกลแล้ว จะไม่ได้คืน

หลักการดูยามสามตา ให้ถือจันทรคติ คือ วันข้างขึ้น หรือข้างแรม

วิธีการจับยามสามตา

๑. ให้จำไว้ว่า "วันที่" คนมาถามเรื่องของหายนั้นเป็นวันขึ้น หรือแรม และกี่ค่ำ

๒. ถ้าเป็นวันข้างขึ้น ให้เริ่มนับหนึ่งค่ำที่เลข 2 สองค่ำที่เลข ๒ สามค่ำที่เลข ๓ นับสี่ค่ำเลข ๑ นับวนไปวนมา ดังนี้ ๑ - ๒ - ๓ - ๑ - ๒ จนกว่าจะนับได้เท่ากับจำนวนค่ำที่เขามาดูตามข้อ ๑ แล้วดูว่าตกเลขใดในตาราง

๓. ถ้าเป็นวันข้างแรม ให้เริ่มนับหนึ่งค่ำที่เลข 6 นับสองค่ำที่เลข ๓ นับสามค่ำที่เลข ๑ นับสี่ค่ำที่เลข ๒ นับวนไปวนมา ดังนี้ ๒ - ๓ - ๑ - ๒ - ๓ จนกว่าจะนับได้เท่ากับจำนวนค่ำที่เขามาดูตามข้อ ๑ แล้วดูว่าตกเลขใดในตาราง

ตัวอย่างการดูของหาย

๑. มีคนมาถามว่า แหวนทองคำหายจะได้คืนหรือไม่ วันที่มาถามตรงกับ วันขึ้น ๕ ค่ำ

วิธีจับยามสามตา "แบบข้างขึ้น" เริ่มนับหนึ่งค่ำตรงเลข ๑ นับสองค่ำตรงเลข ๒ นับสามค่ำ ตรงเลข ๓ 

นับไปเรื่อย ๆ จนถึงห้าค่ำ ดังนี้ หนึ่งค่ำ (๑) > สองค่ำ (๒) > สามค่ำ (๓) > สี่ค่ำ (๑) > ห้าค่ำ (๒) สุดท้ายตกตรงเลข ๒ ดูผลในตารางตกแล้ว "ไม้หักทับทาง" ทายว่า ของที่หายนั้นเคลื่อนที่ไปแล้ว หาให้ดีมีโอกาสพบ แต่ต้องใช้เวลาหน่อย

๒. มีคนมาถามว่า สร้อยคอทองคำที่หายไปจะได้คืนหรือไม่ วันที่มาถามตรงกับ วันแรม ๖ ค่ำ

วิธีจับยามสามตา "แบบข้างแรม" เริ่มนับหนึ่งค่ำตรงเลข ๒ นับสองค่ำตรงเลข ๓ นับสามค่ำ ตรงเลข ๑ นับไปเรื่อย ๆ จนถึงหกค่ำ ดังนี้ หนึ่งค่ำ (๒) > สองค่ำ (๓) > สามค่ำ (๑) > สี่ค่ำ (๒) > ห้าค่ำ (๓) 

หกค่ำ (๑) สุดท้ายตกเลข ๑ ผลในตารางตก "กาจับหลัก" ของที่หายนั้นยังอยู่กับที่ ให้หาบริเวณที่คาดว่าของหาย แล้วจะพบ

ข้อคิด ไม่สำคัญว่าของที่หายนั้นจะหายในวันอะไร เมื่อไหร่ และที่ไหน จำไว้แค่เพียง "วันที่คนมาถามนั้นตรงกับขึ้น หรือแรมกี่ค่ำก็พอ"

ยามอุบากอง

สิทธิการิยะ หนึ่งเชลยศึกผู้กลายมาเป็นตำนานการหลบหนีด้วยโหราศาสตร์ ได้จารึกชื่ออยู่ในประวัติศาสตร์ไทยรบพม่ามาหลายร้อยปี ทุกวันนี้ฤกษ์เดินทางหรือการหลบหนียังคงมีมนตร์ขลัง ชื่อดังตลอดกาล นั่นคือ ยามอุบากอง

ประวัติความเป็นมาของยามอุบากอง

ปี พ.ศ. ๒๓๓๘ พม่ายกทัพใหญ่บุกสยามทุกทิศทางถึง ๙ ทัพ นายทหารชั้นขุนพลนายหนึ่งของทัพพม่ามีชื่อว่า อุบากอง ได้นำกำลังเข้าล้อมเมืองเชียงใหม่แต่กลับถูกตีแตกพ่ายเพราะเชียงใหม่ได้ทัพหลวงมาช่วยอุบากองถูกจับก่อนที่ภายหลังจะแหกคุกหนีไปได้ด้วยโหราศาสตร์ที่รู้จักกันในนาม "ยามอุบากอง"

ในปี พ.ศ. ๒๓๔๐ อุบากองถูกส่งตัวลงมากรุงเทพฯ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้สั่งให้สอบสวนอุบากองทันที ปรากฏว่าเขาเกิดในเมืองไทย มีแม่เป็นคนไทย แต่มีพ่อเป็นชาวพม่า พระองค์ทรงเมตตาจึงสั่งให้นำไปจำขังไว้ที่คุกวัดโพธาราม (วัดพระเชตุพนฯ ในปัจจุบัน)

อุบากองเป็นคนมีฝีมือ ได้ทำลูกประคำจากปูนแดงและหินอ่อนเป็นเครื่องรางของขลังขาย ได้เงินมาก็แบ่งให้ผู้คุมบ้างจึงได้เป็นนักโทษพิเศษ สามารถเที่ยวเตรไปนอกคุกได้แต่ยังติดโช่ตรวน ที่แขนของเขามีลายสักรูปยันต์สี่เหลี่ยมขมวดเป็นห่วง ๔ มุม สันนิษฐานเป็นยันต์ฤกษ์ยาม เขาถือโอกาสที่ผู้คุมผ่อนปรนให้ สอนตำรายันต์ยามยาตราให้กับพรรคพวก ซึ่งยามนี้สามารถแหกคุกหนีได้ แต่อุบากองยังเกรงกลัวสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทอยู่ จึงยังไม่กล้าหลบหนีจนผ่านเลยไปถึง ๗ ปี

ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๓๔๕ พม่าได้นำทัพมาล้อมเชียงใหม่อีกครั้ง สมเด็จพระบวรราชเจ้า ฯ ได้ยกทัพไปช่วยทำศึก อุบากองและพรรคพวกเห็นเป็นโอกาสจึงรอฤกษ์ยามดีแล้วหลบหนีออกจากคุกไปได้ แต่มีนักโทษบางคนไม่ได้หลบหนีไปด้วยได้นำมาบอกเล่าแก่ผู้คุม จึงมีการนำมาทดลองใช้กันปรากฏว่ามีความได้ผลจริง จึงศึกษาเล่าเรียนกันมาใช้ชื่อยามยาตรานี้ว่า "ยามอุบากอง" สืบมาจนถึงทุกวันนี้

วิธีดูยามดูอุบากอง ใช้ตารางดังรูป แบ่งช่วงเวลาเป็นกลางวัน ๕ ยาม และกลางคืน ๕ ยาม ดังนี้

ยามกลางวัน ยามกลางคืน

เข้า ๐๖.๐๑ - ๐๘.๒๔ น. ยามที่ ๑ ๑๘.๐๑ - ๒๐.๒๔ น.

สาย ๐๘.๒๕ - ๑๐.๔๘ น. ยามที่ ๒ ๒๐.๒๕ - ๒๒.๔๘ น.

เที่ยง ๑๐.๔๙ - ๑๓.๑๒ น. ยามที่ ๓ ๒๒.๔๙ - ๐๑.๑๒ น.

บ่าย ๑๓.๑๓ - ๑๕.๓๖ น. ยามที่ ๔ ๐๑.๑๓ - ๐๓.๓๖ น.

เย็น ๑๕.๓๗ - ๑๘.๐๐ น. ยามที่ ๕ ๐๓.๓๗ - ๐๖.๐๐ น.

ทำนาย และสัญลักษณ์ ของยามอุบากอง

ศูนย์หนึ่งอย่าเพิ่งจร แม้ราญรอนจะอัปรา 

สองศูนย์เร่งยาตรา จะมีลาภสวัสดี 

ปลอดศูนย์พูลสวัสดิ์ ภัยพิบัติลาถบ่มี

กากบาทตัวอัปรีย์ แม้จรลีจะอัปรา 

สี่ศูนย์พูนผล แม้จรดลดีหนักหนา

มีลาภล้นคณนา เร่งยาตราจะมีชัย

ยามอัฏฐกาล

สิทธิการิยะ ยามอัฏฐกาล คือยามที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อความสะดวกในการจัดหาฤกษ์เวลาวางลัคนาแบบเลข ๗ ตัว ยามอัฏฐกาลจึงเป็นเพียงบทที่ว่าด้วยการแบ่งโมงยามทางโหราศาสตร์เท่านั้น

การเรียงลำดับยาม

เริ่มจาก นับพระอาทิตย์ไปอีก ๔ ก็จะได้ "จันทร์" และนับจากจันทร์ต่อไปอีก ๔ ก็จะได้ "อังคาร" และนับเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ก็จะได้ชื่อวันครบทั้ง ๗ วัน คือ อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสฯ ศุกร์ เสาร์ ดังนี้

ชื่อยามอัฏฐกาล เรียงกลางวัน

ลำดับวัน ชื่อวัน ชื่อยาม

ดาวเสาร์ เสารี

ดาวพฤหัสบดี ครุ

ดาวอังคาร ภุมมะ

ดาวอาทิตย์ สุริชะ

ดาวศุกร์ ศุกระ

ดาวพุธ พุธะ

ดาวจันทร์ จันเทา

การแบ่งยาม

๑. ยามกลางวัน ช่วงเวลาจากพระอาทิตย์ขึ้น ถึง พระอาทิตย์ตก แบ่งเป็น ๘ ยาม ยามละ ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที เรียกยามแรกว่า ยามหนึ่ง หรือ ยามต้น

๒. ยามกลางคืน จากพระอาทิตย์ตก ถึง พระอาทิตย์ขึ้น แบ่งเป็น ๘ ยาม ยามละ ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที เรียกยามแรกว่า ยามหนึ่ง หรือยามต้น

ชื่อยามทั้ง ๘ มีชื่อเรียกต่างกัน โดยกำหนดเอาชื่อวันนั้นเป็นยามแรก แต่เพราะชื่อเรียกมีเพียง ง ยามเท่านั้น ยามสุดท้ายจึงวนกลับไปใช้ชื่อยามต้น เรียก ผนวกเข้าเป็น ๘ ยามด้วยกัน

หมายเหตุ : วิชาโหราศาสตร์กำหนดเอาควงอาทิตย์ขึ้นลงเป็นเกณฑ์ ไม่ได้ใช้เวลาสากลกำหนด

ยามอัฏฐกาล เรียงกลางวัน

ตาราง วันอาทิตย์ กลางวัน

เวลา ชื่อยาม ลำดับยาม

๐๖.๐๐ - ๐๗.๓๐ สุริชะ ยาม ๑

๐๗.๓๐ - ๐๙.๐๐ ศุกระ ยาม ๒

๐๙.๐๐ - ๑๐.๓๐ พุธะ ยาม ๓

๑๐.๓๐ - ๑๒.๐๐ จันเทา ยาม ๔

๑๒.๐๐ - ๑๓.๓๐ เสารี ยาม ๕

๑๓.๐๐ - ๑๕.๐๐ ครุ ยาม ๖

๑๕.๐๐ - ๑๖.๓๐ ภุมมะ ยาม ๗

๑๖.๓๐ - ๑๘.๐๐ สุริชะ ยาม ๘

ตาราง วันจันทร์ กลางวัน

เวลา ชื่อยาม ลำดับยาม

๐๖.๐๐ - ๐๗.๓๐ จันเทา ยาม ๑

๐๗.๓๐ - ๐๙.๐๐ เสารี ยาม ๒

๐๙.๐๐ - ๑๐.๓๐ ครุ ยาม ๓

๑๐.๓๐ - ๑๒.๐๐ ภุมมะ ยาม ๔

๑๒.๐๐ - ๑๓.๓๐ สุริชะ ยาม ๕

๑๓.๓๐ - ๑๕.๐๐ ศุกระ ยาม ๖

๑๕.๐๐ - ๑๖.๓๐ พุธะ ยาม ๗

๑๖.๓๐ - ๑๘.๐๐ จันเทา ยาม ๘

ตาราง วันอังคาร กลางวัน

เวลา ชื่อยาม ลำดับยาม

๐๖.๐๐ - ๐๗.๓๐ ภุมมะ ยาม ๑

๐๗.๓๐ - ๐๙.๐๐ สุริชะ ยาม ๒

๐๙.๐๐ - ๑๐.๓๐ ศุกระ ยาม ๓

๑๐.๓๐ - ๑๒.๐๐ พุธะ ยาม ๔

๑๒.๐๐ - ๑๓.๓๐ จันเทา ยาม ๕

๑๓.๐๐ - ๑๕.๐๐ เสารี ยาม ๖

๑๕.๐๐ - ๑๖.๓๐ ครุ ยาม ๗

๑๖.๓๐ - ๑๘.๐๐ ภุมมะ ยาม ๘

ตาราง วันพุธ กลางวัน

เวลา ชื่อยาม ลำดับยาม

๐๖.๐๐ - ๐๗.๓๐ พุธะ ยาม ๑

๐๗.๓๐ - ๐๙.๐๐ จันเทา ยาม ๒

๐๙.๐๐ -๑๐.๓๐ เสารี ยาม ๓

๑๐.๓๐ - ๑๒.๐๐ ครุ ยาม ๔

๑๒.๐๐ - ๑๓.๓๐ ภุมมะ ยาม ๕

๑๓.๐๐ - ๑๕.๐๐ สุริชะ ยาม ๖

๑๕.๐๐ - ๑๖.๓๐ ศุกระ ยาม ๗

๑๖.๓๐ - ๑๘.๐๐ พุธะ ยาม ๘

ตาราง วันพฤหัสบดี กลางวัน

เวลา ชื่อยาม ลำดับยาม

๐๖.๐๐ - ๐๗.๓๐ ครุ ยาม ๑

๐๗.๓๐ -๐๙.๐๐ ภุมมะ ยาม ๒

๐๙.๐๐ - ๑๐.๓๐ สุริชะ ยาม ๓

๑๐.๓๐ - ๑๒.๐๐ ศุกระ ยาม ๔

๑๒.๐๐ - ๑๓.๓๐ พุธะ ยาม ๕

๑๓.๐๐ - ๑๕.๐๐ จันเทา ยาม ๖

๑๕.๐๐ - ๑๖.๓๐ เสารี ยาม ๗

๑๖.๓๐ - ๑๘.๐๐ ครุ ยาม ๘

ตาราง วันศุกร์ กลางวัน

เวลา ชื่อยาม ลำดับยาม

๐๖.๐๐ - ๐๗.๓๐ ศุกระ ยาม ๑

๐๗.๓๐ -๐๙.๐๐ พุธะ ยาม ๒

๐๙.๐๐ - ๑๐.๓๐ จันเทา ยาม ๓

๑๐.๓๐ - ๑๒.๐๐ เสารี ยาม ๔

๑๒.๐๐ - ๑๓.๓๐ ครุ ยาม ๕

๑๓.๐๐ - ๑๕.๐๐ ภุมมะ ยาม ๖

๑๕.๐๐ - ๑๖.๓๐ สุริชะ ยาม ๗

๑๖.๓๐ - ๑๘.๐๐ ศุกระ ยาม ๘

ตาราง วันเสาร์ กลางวัน

เวลา ชื่อยาม ลำดับยาม

๐๖.๐๐ - ๐๗.๓๐ เสารี ยาม ๑

๐๗.๓๐ -๐๙.๐๐ ครุ ยาม ๒

๐๙.๐๐ - ๑๐.๓๐ ภุมมะ ยาม ๓

๑๐.๓๐ - ๑๒.๐๐ สุริชะ ยาม ๔

๑๒.๐๐ - ๑๓.๓๐ ศุกระ ยาม ๕

๑๓.๐๐ - ๑๕.๐๐ พุธะ ยาม ๖

๑๕.๐๐ - ๑๖.๓๐ จันเทา ยาม ๗

๑๖.๓๐ - ๑๘.๐๐ เสารี ยาม ๘

เคล็ดลับท่องจำชื่อยาม

ให้เริ่มท่องจาก สุริยะ ศุกระ พุธะ จันเทา เสารี ครุ ภุมมะ จะจำได้ง่ายขึ้นเพราะมีเสียงคล้องจองกันชื่อยามนี้สำคัญมากควรจำให้ได้ เพราะการหมุนเวียนของยามในวันหนึ่งๆต้องเปลี่ยนไปตามนี้

ชื่อยามอัฏฐกาล เรียงกลางคืน

การนับยามกลางคืนกำหนดเช่นเดียวกับยามกลางวัน แต่ชื่อเรียกต่างออกไป ดังนี้

ลำดับวัน ชื่อวัน ชื่อยาม

ดาวเสาร์ โสโร

ดาวพฤหัสบดี ชีโว

ดาวอังคาร ภุมโม

ดาวอาทิตย์ ระวิ

ดาวศุกร์ ศุกโร

ดาวพุธ พุโธ

ดาวจันทร์ ศะศิ

ตาราง วันอาทิตย์ กลางคืน

เวลา ชื่อยาม ลำดับยาม

๑๘.๐๐ - ๑๙.๓๐ ระวิ ยาม ๑

๑๙.๓๐ - ๒๑.๐๐ ชีโว ยาม ๒

๒๑.๐๐ - ๒๒.๓๐ ศะศิ ยาม ๓

๒๒.๓๐ - ๒๔.๐๐ ศุกโร ยาม ๔

๒๔.๐๐ - ๐๑.๓๐ ภุมโม ยาม ๕

๐๑.๓๐ - ๐๓.๐๐ โสโร ยาม ๖

๐๓.๐๐ - ๐๔.๓๐ พุโธ ยาม ๗

๐๔.๓๐ - ๐๖.๐๐ ระวิ ยาม ๘

ตาราง วันจันทร์ กลางคืน

เวลา ชื่อยาม ลำดับยาม

๑๘.๐๐ - ๑๙.๓๐ ศะศิ ยาม ๑

๑๙.๓๐ - ๒๑.๐๐ ศุกโร ยาม ๒

๒๑.๐๐ - ๒๒.๓๐ ภุมโม ยาม ๓

๒๒.๓๐ - ๒๔.๐๐ โสโร ยาม ๔

๒๔.๐๐ - ๐๑.๓๐ พุโธ ยาม ๕

๐๑.๓๐ - ๐๓.๐๐ ระวิ ยาม ๖

๐๓.๐๐ - ๐๔.๓๐ ชีโว ยาม ๗

๐๔.๓๐ - ๐๖.๐๐ ศะศิ ยาม ๘

ตาราง วันอังคาร กลางคืน

เวลา ชื่อยาม ลำดับยาม

๑๘.๐๐ - ๑๙.๓๐ ภุมโม ยาม ๑

๑๙.๓๐ - ๒๑.๐๐ โสโร ยาม ๒

๒๑.๐๐ - ๒๒.๓๐ พุโธ ยาม ๓

๒๒.๓๐ - ๒๔.๐๐ ระวิ ยาม ๔

๒๔.๐๐ - ๐๑.๓๐ ชีโว ยาม ๕

๐๑.๓๐ - ๐๓.๐๐ ศะศิ ยาม ๖

๐๓.๐๐ - ๐๔.๓๐ ศุกโร ยาม ๗

๐๔.๓๐ - ๐๖.๐๐ ภุมโม ยาม ๘

ตาราง วันพุธ กลางคืน

เวลา ชื่อยาม ลำดับยาม

๑๘.๐๐ - ๑๙.๓๐ พุโธ ยาม ๑

๑๙.๓๐ - ๒๑.๐๐ ระวิ ยาม ๒

๒๑.๐๐ - ๒๒.๓๐ ชีโว ยาม ๓

๒๒.๓๐ - ๒๔.๐๐ ศะศิ ยาม ๔

๒๔.๐๐ - ๐๑.๓๐ ศุกโร ยาม ๕

๐๑.๓๐ - ๐๓.๐๐ ภุมโม ยาม ๖

๐๓.๐๐ - ๐๔.๓๐ โสโร ยาม ๗

๐๔.๓๐ - ๐๖.๐๐ พุโธ ยาม ๘

ตาราง วันพฤหัสบดี กลางคืน

เวลา ชื่อยาม ลำดับยาม

๑๘.๐๐ - ๑๙.๓๐ ชีโว ยาม ๑

๑๙.๓๐ - ๒๑.๐๐ ศะศิ ยาม ๒

๒๑.๐๐ - ๒๒.๓๐ ศุกโร ยาม ๓

๒๒.๓๐ - ๒๔.๐๐ ภุมโม ยาม ๔

๒๔.๐๐ - ๐๑.๓๐ โสโร ยาม ๕

๐๑.๓๐ - o๓.๐๐ พุโธ ยาม ๖

๐๓.๐๐ - ๐๔.๓๐ ระวิ ยาม ๗

๐๔.๓๐ - ๐๖.๐๐ ชีโว ยาม ๘

ตาราง วันศุกร์ กลางคืน

เวลา ชื่อยาม ลำดับยาม

๑๘.๐๐ - ๑๙.๓๐ ศุกโร ยาม ๑

๑๙.๓๐ - ๒๑.๐๐ ภุมโม ยาม ๒

๒๑.๐๐ - ๒๒.๓๐ โสโร ยาม ๓

๒๒.๓๐ - ๒๔.๐๐ พุโธ ยาม ๔

๒๔.๐๐ - ๐๑.๓๐ ระวิ ยาม ๕

๐๑.๓๐ - ๐๓.๐๐ ชีโว ยาม ๖

๐๓.๐๐ - ๐๔.๓๐ ศะศิ ยาม ๗

๐๔.๓๐ - ๐๖.๐๐ ศุกโร ยาม ๘

ตาราง วันเสาร์ กลางคืน

เวลา ชื่อยาม ลำดับยาม

๑๘.๐๐ - ๑๙.๓๐ โสโร ยาม ๑

๑๙.๓๐ - ๒๑.๐๐ พุโธ ยาม ๒

๒๑.๐๐ - ๒๒.๓๐ ระวิ ยาม ๓

๒๒.๓๐ - ๒๔.๐๐ ชีโว ยาม ๔

๒๔.๐๐ - ๐๑.๓๐ ศะศิ ยาม ๕

๐๑.๓๐ - ๐๓.๐๐ ศุกโร ยาม ๖

๐๓.๐๐ - ๐๔.๓๐ ภุมโม ยาม ๗

๐๔.๓๐ - ๐๖.๐๐ โสโร ยาม ๘

การนำยามอัฏฐกาลไปใช้

๑. ใช้ในการพยากรณ์ชะตาชีวิต เพราะคนเกิดวันเดียวกันนั้นมีมาก แต่เวลาต่างกัน จึงใช้ยาม อัฏฐกาลในการทำนายชะตาชีวิต

๒. ใช้ในการวางลัคนาแบบเลข ๗ ตัว