cat888

อัญมณีแก้วนพรัตน์ พระบูชาประจำวันเดือนและราศีเกิด ศาสตร์การตั้งชื่อ 
ต้นไม้มงคล ปกิณกมงคล พุทธทำนาย

Worshiping the month and birth zodiac

อัญมณีแก้วนพรัตน์

สิทธิการิยะ แสงมนตราของอัญมณีดึงดูดให้ผู้คนปรารถนามีไว้ครอบครองมาช้านาน ชื่อกัว่ามีพลังอำนาจลึกลับนำโชคลาภ ความมั่งคั่ง และอำนาจมาสู่ตนได้ สอดคล้องกับหลักโหราศาสตร์ที่ว่าอัญมณีแก้วนพรัตน์มีพลัง สถิตของดาวนพเคราะห์ทั้งเก้าที่ให้พลังลึกลับแก่ผู้สวมใส่ โดยเฉพาะกับผู้สวมใส่อัญมณีที่ถูกโฉลกกับตน

แก้วนพรัตน์ หรือแก้ว ๙ ประการ ได้แก่ เพชร ทับทิม มรกต เพทาย บุษราคัม นิล มุกดา โกเมน และไพฑูรย์ ถือได้ว่าเป็นของมีค่าหายาก และเป็นหัวใจของบรรพชนทุกชนชาติที่สืบทอดมงกุฎแห่งอำนาจที่ประดับไว้ด้วยอัญมณีเลอค่านี้ แต่ใช่ว่าจะมีกันได้ทุกคน เพราะอัญมณีแต่ละชนิดมีราคาแพงมาก และยังให้คุณให้โทษแก่ผู้ครอบครอง ดังตำนานอาถรรพ์ของอัญมณีที่ยังคงเล่าลือกันมาตราบชั่วฟ้านาดิน

คุณค่าของแก้วนพรัตน์

๑. เพชร อำนาจบารมี ให้ความกล้าหาญ น่าเกรงขาม และมีพลัง ควบคุมสติได้ดี

๒. ทับทิม ความเคารพศรัทธา น่าเชื่อถือ มีเสน่ห์ดึงดูด และช่วยให้สุขภาพดี

๓. มรกต มีพลังดึงดูดโชคลาภทรัพย์สิน ขับไล่ภูตผี เสริมพลังงานชีวิต และมีเสน่ห์ดึงดูด

๔ บุษราคัม มีอำนาจด้านการเจรจา ชีวิตรื่นรมย์ อายุยืนยาว และให้พลังความคิดสร้างสรรค์

๕. โกเมน เสริมพลังความรัก สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง สุขภาพแข็งแรง ได้รับความเคารพนับถือ

๖. นิล เสริมสร้างความสมดุลให้ร่างกาย รักษาสุขภาพ งูกลัว ป้องกันภูตผี และให้ลาภ

๗. มุกดา สมหวังในความรักเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ขับไล่สิ่งอัปมงคลและดึงดูดทรัพย์

๘. เพทาย การงานเจริญก้าวหน้า ขจัดทุกข์ภัย ลดความตึงเครียดต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

๙. ไพฑูรย์ มีโชคลาก มั่งมี ศรีสุข ชนะศัตรู ค้าขายดี ป้องกันคุณไสยได้

อัญมณีประจำวัน เดือน ปี และราศีเกิด

สิทธิการิยะ ปราชญ์ผู้ศึกษาค้นคว้าศาสตร์แห่งอัญมณีกับดวงชะตา พบว่า อัญมณีแต่ละชนิดจะส่งผลต่อผู้ครอบครองแตกต่างกัน และสิ่งกำหนดนั้นก็คือ "วัน เดือน ปีเกิด" จึงเรียกกันว่า อัญมณีประจำวัน เดือน ปีเกิด ดังนี้

อัญมณีประจำปีเกิด

ผู้เกิดปีชวด ปีระกา ควรประดับ โกเมน

ผู้เกิดปีฉลู ปีมะแม ควรประดับ มุกดา

ผู้เกิดปีขาล ควรประดับ เพทาย

ผู้เกิดปีเถาะ ควรประดับ ไพฑูรย์ หรือมรกต

ผู้เกิดปีมะโรง ปีกุน ควรประดับ ไพฑูรย์

ผู้เกิดปีมะเส็ง ควรประดับ เพชร

ผู้เกิดปีมะเมีย ควรประดับ นิล

ผู้เกิดปีวอก ควรประดับ บุษราคัม

ผู้เกิดปีจอ ควรประดับ มรกต

อัญมณีประจำเดือนเกิด

ธันวาคม ควรประดับโกเมน

มกราคม ควรประดับมุกดา

กุมภาพันธ์ ควรประดับมุกดา

มีนาคม ควรประดับเพทาย

เมษายน ควรประดับมรกต

พฤษภาคม ควรประดับเพชร

มิถุนายน ควรประดับนิล

กรกฎาคม ควรประดับมรกต

สิงหาคม ควรประดับโกเมน

กันยายน ควรประดับไพฑูรย์

ตุลาคม ควรประดับบุษราคัม

พฤศจิกายน ควรประดับมุกดา

อัญมณีประจำวันเกิด

โหราจารย์เชื่อกันว่า พลังลี้ลับจากดวงดาวจะซึมซับเข้าสู่อัญมณี และถ่ายทอดมายังผู้ครอบครองที่มีธาตุ (วันเกิด เดียวกันกับดาวดวงนั้น เกิดเป็นสิริมงคลหรืออำนาจบางประการที่ไม่สามารถอธิบายได้ ซึ่งดาวดวงดังกล่าวนั้นก็คือ ดาวประจำวันเกิดนั่นเอง

วันอาทิตย์ สีแดง ทับทิม

วันจันทร์ สีขาว เพชร หรือมุก

วันอังคาร สีชมพู ทับทิม

วันพุธ สีเขียว มรกต

วันพฤหัสบดี สีเหลือง บุษราคัม

วันศุกร์ สีน้ำเงิน ไพลิน

วันเสาร์ สีดำ นิล

วันพุธ (กลางคืน) ราหู สีม่วง โกเมนเอก

ในอีกโศลกหนึ่งได้รจนาไว้ว่า

เพชรดี คือ รัตนของ พระศุกร์

มณีแดง คือ ทับทิมบริสุทธิ์ของ พระอาทิตย์

เขียวใสแสงมรกต คือ รัตนของ พระพุธ

เหลืองสวยสดบุษราคัม คือ รัตนของ พระพฤหัสบดี

แดงแก่ก่ำ โกเมนเอก คือ รัตนของ พระราหู

สีหมอกเมฆ นิลกาฬ คือ ไพลินรัตนของ พระเสาร์

มุกดาหาร หมอกมัว คือ ไข่มุกแท้รัตนของ พระจันทร์

แดงสลัว เพทาย คือ ปะการังรัตนของ พระอังคาร

สังวาลย์ สายไพฑูรย์ คือ เพชรตาแมวรัตนของ พระเกตุ

อัญมณีประจำราศีเกิด

ทับทิม ราศีสิงห์

มุกดาหาร ราศีกรกฎ

เพทาย ราศีเมษ พิจิก

มรกต ราศีเมถุน กันย์

บุษราคัม ราศีธนู มีน

เพชร ราศีพฤษภ ตุล

ไพลิน ราศีมังกร

โกเมนเอก ราศีกุมภ์

การสวมแหวนมงคล

สิทธิการิยะ การสวมแหวน หรือธำมรงค์ คือการโอบกอดอัญมณีล้ำค่าไว้กับอวัยวะสำคัญที่มีกำลังของเทวดารักษาตน เราจึงควรเลือกอัญมณีประดับแหวนให้ถูกกับวันเกิด และสวมแหวนตามฤกษ์ยามอันเป็นมงคลเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนต่อไป ดังนี้

ปีเกิด แหวนประจำปีเกิด วันมงคลสวมแหวน เหตุแห่งสิริมงคล

ชวด มณีปัทมราช (ทับทิม) อาทิตย์ ประสบความสำเร็จในทรัพย์

ฉลู มุกดา จันทร์ ป้องกันโรคภัย

ขาล แก้วประพาฬ (ปะการัง) อังคาร เกาะแก้ว ๗ ชั้น กันภัย

เถาะ มรกต พุธ ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ

มะโรง ไพฑูรย์ พฤหัสบดี มีชัยทั่วหล้า

มะเส็ง เพทาย ศุกร์ สิ้นศัตรูไกล

มะเมีย เพทาย ศุกร์ สิ้นศัตรูไกล

มะแม มณีปัทมราช (ทับทิม) อาทิตย์ ประสบความสำเร็จในทรัพย์

วอก มุกดา จันทร์ ป้องกันโรคภัย

ระกา แก้วประพาน (ปะการัง) อังคาร เกาะแก้ว ๗ ชั้น

จอ มรกต พุธ ป้องกันโรคภัย

กุน ไพฑูรย์ พฤหัสบดี มีชัยทั่วหล้า

อานุภาพของแหวน

มณีปัทมราช (ทับทิม) มีชัยชนะ สุขภาพแข็งแรง และป้องกันอุบาทว์

มุกดา มีเสน่หามหานิยม นำพาโชคลาภทรัพย์สินเงินทอง และความรักมั่นคง

แก้วประพาฬ มีพลังชีวิตที่อบอุ่น รื่นรมย์ มีโชคกับการแข่งขัน และเดินทางปลอดภัย

มรกต ทรัพย์สินเงินทองไหลมาเทมา โรคาไม่กล้ำกราย และป้องกันสัตว์ร้าย

ไพฑูรย์ ศัตรูยอมสยบ สุขภาพแข็งแรง การงานก้าวหน้า และอุดมในสินทรัพย์

เพทาย คุ้มครองการเดินทาง ศัตรูห่างหาย ดึงดูดโภคทรัพย์ และมีเสน่ห์ในตัว

พระบูชาประจำเดือนและราศีเกิด

สิทธิการิยะ การนำเอาพระอิริยาบถของพระพุทธเจ้ามาสร้างเป็นพระปางต่างๆ นั้น เพื่อให้พุทธศาสนิกชนจดจำเรื่องราวพุทธประวัติที่สำคัญของพระพุทธองค์ได้ รายละเอียดมีดังนี้

พระประจำเดือนธันวาคม

พระปางปลงกัมมัฏฐาน หรือปางชักผ้าบังสุกุล อยู่ในพระอิริยาบถยืน ยื่นพระหัตถ์ซ้ายทรงธาร พระกร 

(ไม้เท้า)  ยื่นพระหัตถ์ขวาออกไปข้างหน้า ทอดพระเนตรลงเบื้องต่ำ เป็นกิริยาชักผ้าบังสุกุล บางแบบพระหัตถ์ซ้ายห้อยลงทาบที่พระเพลา (ตัก)

สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเมื่อครั้งพระพุทธองค์มีพระประสงค์จะนำผ้าขาวที่ห่อศพนางปุณณทาสีมาซักย้อมเป็นผ้าสังมาฏิ จึงเสด็จไปพิจารณาปฏิกูลสัญญาแล้วทรงชักผ้าบังสุกุล ซักตากให้หมดกลิ่นซากศพ แล้วเย็บเป็นจีวรก่อนนำมาทำผ้าสังฆาฏิ จึงเป็นที่มาของพระปางชักผ้าบังสุกุล

พระประจำเดือนมกราคม

พระปางชี้มาร อยู่ในพระอิริยาบถยืน พระหัตถ์ซ้ายห้อยลงข้างพระวรกาย พระหัตถ์ขวายกขึ้นเสมอพระเนตร ชี้นิ้วไปข้างหน้าในพระอาการชี้มาร

สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเมื่อครั้งพระพุทธองค์ทรงยกพระหัตถีชี้มารให้ภิกษุทั้งหลายดู และตรัสบอกภิกษุว่า "มารผู้มีใจบาปกำลังแสวงหาวิญญาณพระโคธิกะอยู่ แต่ไม่มีวิญญาณของพระเถระในที่นั้น ด้วยเธอได้นิพพานไปแล้ว" มารจึงแปลงกายเป็นมาณพน้อยเข้ามาทูลถามหาพระโคธิกะ พระพุทธองค์ตรัสตอบว่า

"พระโคธิกะนิพพานแล้ว" ด้วยความคาดไม่ถึงมารจึงอันตรธานหายไปทันที จึงเป็นที่มาของพระปางชี้มารนี้

พระประจำเดือนกุมภาพันธ์

พระปางประทานโอวาท หรือ ปางแสดงโอวาทปาติโมกข์ พระอิริยาบถประทับนั่งขัดสมาธิ ทรงยกพระหัตถ์ทั้งสองยกขึ้น แล้วจีบองคุลี (นิ้ว) ไว้เสมอพระอุระ (อก) เป็นกิริยาประทานโอวาทปาติโมกข์

สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเมื่อครั้งพระพุทธองค์ประทับ ณ พระเวฬุวันมหาวิหาร กรุงราชคฤห์ ได้เกิดเหตุการณ์จาตุรงคสันนิบาตขึ้น และในวันนั้นเองพระพุทธองค์ได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์แก่พระอรหันต์ทั้ง ๑,๒๕o รูป อันเป็นหลักสำคัญของพระพุทธศาสนา จึงเป็นที่มาของพระปางประทานโอวาท

พระประจำเดือนมีนาคม

พระปางนาคาวโลก อยู่ในพระอิริยาบถยืน พระหัตถ์ขวาห้อยลงตามปกติ พระหัตถ์ซ้ายห้อยเยื้องมาข้างหน้า เอี้ยวพระวรกาย ผินพระพักตร์เหลียวไปข้างหลังทอดพระเนตรมองกรุงเวสาลี ลักษณะดูเหมือนไว้อาลัย

สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเมื่อครั้งพระพุทธองค์ได้ทรงนำเหล่าภิกษุสงฆ์เสด็จออกจากกรุงเวสาลี พร้อมรับสั่งว่า "การเห็นกรุงเวสาลีครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย" ด้วยทรงทราบด้วยพระญาณว่าพระองค์ใกล้จะปรินิพพานแล้ว หลังจากพระพุทธองค์ปรินิพพานไปได้ไม่นาน กองทัพของพระเจ้าอชาตศัตรูก็ได้เข้ายึดเมืองเวสาลี จึงเป็นที่มาของพระปางนาคาวโลก หรือการเหลียวมองอย่างพญาช้าง

พระประจำเดือนเมษายน

พระปางคันธารราฐ หรือปางขอฝน พระอิริยาบถประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิ ทรงผ้าวัสสิกสาฎก (ผ้าอาบน้ำฝน) พระหัตถ์ขวายกขึ้นเป็นกิริยากวักขอฝน พระหัตถ์ซ้ายวางหงายอยู่บนพระเพลา (ตัก)

สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเมื่อครั้งพระพุทธองค์ทอดพระเนตรเห็นความเดือดร้อนของชาวเมืองแคว้นโกศลจากปัญหาภัยแล้ง พระองค์จึงรับสั่งเรียกเอาผ้าชุบสรงจากพระอานนท์ แล้วเสด็จไปประทับ ณ บันไดสระโบกขรณี ยังความสงสัยแก่พระอานนท์เพราะในสระไม่มีน้ำ พระองค์ทรงยกพระหัตถ์ขวาขึ้นขอฝน ส่วนพระหัตถ์ซ้ายวางไว้รองรับน้ำฝน ทันใดนั้นเมฆฝนก็ตั้งเค้าแล้วตกลงมาอย่างหนักทั่วทุกสารทิศ จึงเป็นที่มาของพระปางขอฝน

พระประจำเดือนพฤษภาคม

พระปางมารวิชัย พระอิริยาบถประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายวางหงายอยู่บนพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวาวางบนพระชานุ (เข่า) นิ้วพระหัตถ์ชี้ลงพื้นธรณี

สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเมื่อครั้งพระบรมโพธิสัตว์ทรงถูกกองทัพของพญามารวสวัตตีฟาดศัสตราวุธเข้าใส่ดั่งห่าฝน แต่กลับกลายเป็นบุปผามาลัยไปสิ้นพญามารกล่าวอ้างเหตุว่า "รัตนบัลลังก์นั้นเป็นของตน" แต่พระพุทธองค์ตรัสว่า "รัตนบัลลังก์นี้เกิดมาด้วยบุญที่พระองค์สั่งสมมาแต่ปางก่อน โดยมีพระแม่ธรณีเป็นพยาน" พระแม่พระธรณีได้ยินจึงปรากฏตัวขึ้น ปล่อยมวยผมลงแล้วบีบน้ำกรวดอุทิศส่วนบุญของพระบรมโพธิสัตว์ให้ไหลพัดพาเหล่ามารไปจนสิ้นจึงได้ชื่อว่าพระปางมารวิชัย

พระประจำเดือนมิถุนายน

พระปางเรือนแก้ว พระอิริยาบถประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิในเรือนแก้ว พระหัตถ์ทั้งสองข้างวางซ้อนกันบนพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวาวางบน พระหัตถ์ซ้าย มีเรือนแก้วรอบพระวรกายอย่างงามวิจิตร

สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์หลังจากพระพุทธองค์ตรัสรู้เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ ๔ สัปดาห์ เสด็จขึ้นประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิ ณ เรือนแก้วที่เทวดาเนรมิตถวายทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของต้นพระศรีมหาโพธิ์ ทรงพิจารณาอภิธรรมปีฎกตลอดเวลา ๗ วัน เกิดฉัพพรรณรังสีรอบพระวรกายฉายรัศมีไปทั่วสารทิศ จึงเป็นที่มาของพระพุทธรูปปางเรือนแก้ว

พระประจำเดือนกรกฎาคม

พระปางปฐมเทศนา หรือปางแสดงธรรมจักร พระอิริยาบถประทับ (นั่ง) จัดสมาธิราบ พระหัตถ์ขวายกขึ้นแล้วจีบนิ้วพระหัตถ์เป็นรูปวงกลม พระหัตถ์ข้ายวางบนพระเพลา (ตัก)

สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเมื่อครั้งพระพุทธองค์ทรงแสดงปฐมเทศนา คือ ธรรมจักกัปปวัตนสูตร โปรดปัญจวัคคีย์ทั้งห้าที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เป็นเหตุให้โกณฑัญญะบรรลุธรรมเป็นท่านแรก เป็นสักขีพยานถึงการตรัสรู้ของพระพุทธองค์ แล้วได้อุปสมบทในพระพุทธศาสนา วันนี้จึงถือเป็นวันอาสาฬหปุณมี หรือ

วันที่พระรัตนตรัยเกิดขึ้นในโลกอย่างสมบูรณ์ จึงเป็นที่มาของพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา

พระประจำเดือนสิงหาคม

พระปางภัตตกิจ พระอิริยาบถประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายประคองบาตรซึ่งวางอยู่บนพระเพลา (ตัก) พระหัตถ์ขวาล้วงลงไปในบาตรเป็นกิริยาเสวย

สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเมื่อครั้งพระพุทธองค์ทรงรับนิมนต์ไปเสวยภัตตาหารที่บ้านบิดาของพระยสะ เป็นครั้งแรกของการเสด็จไปเสวยภัตตาหารตามบ้านของพระพุทธองค์ และได้แสดงธรรมโปรดมารดาและภรรยาเก่าของพระยสะจนได้ดวงตาเห็นธรรมเป็นพระโสดาบัน จึงมีการสืบทอดประเพณีทำบุญเลี้ยงพระ ฟังเทศนีในบ้านตราบเท่าทุกวันนี้ เป็นที่มาของพระปางภัตตกิจ

พระประจำเดือนกันยายน

พระปางประดิษฐานรอยพระพุทธบาท พระอิริยาบถยืน พระหัตถ์ทั้งสองวางประสานกันอยู่ระหว่างพระเพลา (ตัก) พระบาทซ้ายทรงยกขึ้นเหยียบพระบาทขวา เป็นกิริยากดพระบาท

สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเมื่อครั้งพระพุทธองค์ทรงประดิษฐานรอยพระพุทธบาทไว้ ๓ แห่ง ดังนี้

ครั้งแรก พญานาคราชทูลขอให้ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทไว้ริมฝั่งนัมทามหานที

ครั้งที่ ๒ พระสัจพันธ์ได้ทูลขอให้พระพุทธองค์ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทไว้ที่หลังหินเขาสัจพันธ์

ครั้งที่ ๓ พระพุทธองค์ได้ทรงประดิษฐานรอยพระพุทธบาทเบื้องขวาไว้ยังพื้นดิน เพื่อให้มาคันทิยา ธิดาเศรษฐี ผู้มีวิชาวิทยาพยากรณ์ได้เห็นแล้วเข้าใจว่าเป็นรอยเท้าของผู้สิ้นแล้วซึ่งกิเลสทั้งปวง เพื่อเปลี่ยนใจนางและบิดาไม่ปรารถนาให้พระพุทธองค์มาแต่งงานกับนาง

พระประจำเดือนตุลาคม

พระปางลีลา พระอิริยาบถยืน ยกสันพระบาทขวาสูงขึ้นจากพื้น ขณะปลายพระบาทยังจรดกับพื้นในอิริยาบถจะก้าวพระดำเนิน พระหัตถ์ขวาห้อยลงอยู่ในท่าไกว พระหัตถ์ซ้ายยกเสมอพระอุระ (อก) ตั้งฝาพระหัตถ์ป้องไปเบื้องหน้า

สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเมื่อครั้งพระพุทธองค์เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พร้อมด้วยเหล่าเทวตาและพรหมที่ตามมาส่งเสด็จ พระพุทธองค์ทรงมีพุทธลีลาและพระสิริงดงามยิ่ง เป็นภาพที่งดงามเหนือคำบรรยาย เป็นที่ชื่นชมโสมนัสแก่พุทธบริษัทที่เฝ้ารับเสด็จ จึงเป็นที่มาของพระปางลีลา

พระประจำเดือนพฤศจิกายน

พระปางประทานอภัย พระอิริยาบถประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิ ยกพระหัตถ์ทั้งสองป้องขึ้นเสมอพระอุระ(อก) ตั้งฝาพระหัตถ์ทั้งสองเบนออกไปข้างหน้าเล็กน้อย

สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเมื่อครั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ประทานอภัยโทษให้แก่พระเจ้าอชาตศัตรู แห่งกรุงราชคฤห์ ที่เคยให้การสนับสนุนพระเทวทัตลอบปลงพระชนม์พระพุทธองค์หลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ ภายหลังสำนึกตัว จึงเสด็จมาสารภาพความผิดของตน จึงเป็นที่มาของพระปางประทานอภัย

พระประจำราศีเกิด

ผู้เกิดราศีต่างๆ มีลิขิตกรรม หรือบุพกรรมให้ชดใช้แตกต่างกันออกไป การอาราธนาพระพุทธรูปเป็นพระประจำราศีก็เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจและเสริมสิริมงคลของแต่ละราศี ดังนี้

พระประจำราศีเมษ

พระปางมารวิชัย คนเกิดราศีเมษมีบุพกรรมให้ผจญกับผู้คนมาก แต่เป็นคนหยิ่งในศักดิ์ศรีจึงไม่เอ่ยปากขอร้องให้ใครมาช่วยเหลือ การบูชาพระปางมารวิชัยจะช่วยขจัดมารผจญได้

พระประจำราศีพฤษภ

พระปางเรือนแก้ว คนเกิดราศีพฤษภมักอาภัพในความรัก อ่อนไหวง่าย อารมณ์ไม่มั่นคง จึงไม่สามารถรักษาความรักไว้ได้ การบูชาพระปางเรือนแก้วจะช่วยให้มีสมาธิแน่วแน่ขึ้น และมีจิตใจที่มั่นคง

พระประจำราศีเมถุน

พระปางรำพึง คนเกิดราศีเมถุนเป็นคนมีจินตนาการล้ำลึกและชอบแสดงออก แต่การเป็นคนโลเลและมีสองบุคลิกในร่างเดียวทำให้ไม่น่าเชื่อถือ การบูชาพระปางรำพึงจะช่วยให้คำพูดน่าเชื่อถือมากขึ้น

พระประจำราศีกรกฎ

พระปางห้ามญาติ คนเกิดราศีกรกฏเป็นคนรักจริงเกลียดแรงและแสดงออกให้เห็น ชีวิตการครองเรือนและการงานในองค์กรจึงไม่ราบรื่น การบูชาพระปางห้ามญาติจะช่วยให้ผ่อนปรนปัญหาหนักลงได้

พระประจำราศีสิงห์

พระปางถวายเนตร คนเกิดราศีสิงห์ต้องการเป็นผู้นำที่ได้รับการยอมรับ แต่สติปัญญา วิจารณญาณ และความสามารถยังด้อยอยู่ การบูชาพระปางถวายเนตรจะช่วยเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้นได้

พระประจำราศีกันย์

พระปางลีลา คนเกิดราศีกันย์เป็นคนมีจิตใจที่ซึมชับสภาพแวดล้อมได้ง่าย ข้อดีคือปรับตัวได้ไว แต่ข้อเสียคือ เกิดความผิดเพี้ยนทางเพศได้ง่าย การบูชาพระลีลาจะช่วยทำให้จิตใจมั่นคงมากขึ้น

พระประจำราศีตุล

พระปางสมาธิ คนเกิดราศีตุลเป็นคนรักความยุติธรรมแต่บางครั้งก็ตัดสินใจไปตามอารมณ์มากกว่าเหตุผล การบูชาพระปางสมาธิจะช่วยให้มีสติหนักแน่นไม่หวั่นไหวต่อสิ่งยั่วยุมากขึ้น

พระประจำราศีพิจิก

พระปางไสยาสน์ คนเกิดราศีพิจิกเป็นคนอ่อนนอกแต่แข็งใน ชอบเรียกร้องหาสิ่งที่เหมาะสมกับตนแต่กลับไม่ใส่ใจพิจารณาฐานะของตนเอง การบูชาพระปางไสยาสน์จะช่วยให้เข้าใจตัวเองมากขึ้น

พระประจำราศีธนู

พระปางประทานอภัย คนเกิดราศีธนูเป็นคนมีสติปัญญาดี แต่มักหลงตัวว่า มีความรู้ความสามารถสูงกว่าใคร จึงมีคนไม่พอใจมาก การบูชาพระปางประทานอภัยจะช่วยให้รู้จักวางตัวมากขึ้น

พระประจำราศีมังกร

พระปางนาคปรก คนเกิดราศีมังกรเป็นคนหยิ่งในศักดิ์ศรี เจ้าระเบียบ ทำให้ผู้อื่นทำงานร่วมด้วยลำบาก การบูชาพระปางนาคปรกจะช่วยให้มีจิตใจอ่อนโยน ปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ง่ายขึ้น

พระประจำราศีกุมภ์

พระปางประดิษฐานรอยพระพุทธบาท คนเกิดราศีกุมภ์เป็นคนฉลาด เข้าใจอะไรได้รวดเร็ว และรู้จริงในเรื่องราวต่าง ๆ แต่กลับยึดถือเอาอารมณ์มากกว่าเหตุผล รู้ดี รู้ชั่ว แต่ก็ยังทำ การบูชาพระปางประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจะช่วยให้มีจิตใจหนักแน่นมากขึ้นไม่หลงไปกับสิ่งยั่วยุทางอารมณ์

พระประจำราศีมีน

พระปางประทับเรือ ผู้เกิดราศีมีนเป็นคนมีราคะจริตรุนแรง ทำให้มีเรื่องชู้สาวตามมาเสมอ การบูชาพระปางประทับเรือจะช่วยให้มีจิตใจหนักแน่นมั่นคงมากขึ้น ไม่ถูกชักจูงโดยอารมณ์ชั่ววูบได้ง่าย

ศาสตร์การตั้งชื่อ

สิทธิการิยะ "ชื่อ" เป็นนามบุคลาธิษฐานที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของคนเรา โหราจารย์ท่านได้ประสาทวิซาการตั้งชื่อไว้ให้เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต โดยมีหลักการตั้งชื่อทีละขั้นตอนจากข้อ ๑ - ๕ ดังนี้

๑. อักษรประจำวันตามเกณฑ์ทักษา

วันอาทิตย์ หมวดสระ คือ อะ อา อิ อี อึ อื อุ อู เอ และ โอ

วันจันทร์ คือ ก ข ค ง และ ฆ

วันอังคาร คือ จ ฉ ช ช ฌ และ ญ

วันพุธ คือ ฏ ฏ ฐ ท ฒ และ ณ

วันพฤหัสบดี คือ บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ และ ม

วันศุกร์ คือ ศ ษ ส ห ฬ และ ฮ

วันเสาร์ คือ ด ต ฤ ท ธ และ น

วันพุธ (กลางคืน หรือราหู) คือ ย ร ล และ ว

๒. ตาราง การนับวันตามทักษาและวรรค

วันเกิด

บริวาร

อายุ

เดช

ศรี

มูละ

อุตสาหะ

มนตรี

กาลกิณี

อาทิตย์

อาทิตย์

จันทร์

อังคาร

พุธ

เสาร์

พฤหัสบดี

ราหู

ศุกร์

จันทร์

จันทร์

อังคาร

พุธ

เสาร์

พฤหัสบดี

ราหู

ศุกร์

อาทิตย์

อังคาร

อังคาร

พุธ

เสาร์

พฤหัสบดี

ราหู

ศุกร์

อาทิตย์

จันทร์

พุธ

พุธ

เสาร์

พฤหัสบดี

ราหู

ศุกร์

อาทิตย์

จันทร์

อังคาร

พฤหัสบดี

พฤหัสบดี

ราหู

ศุกร์

อาทิตย์

จันทร์

อังคาร

พุธ

เสาร์

ศุกร์

ศุกร์

อาทิตย์

จันทร์

อังคาร

พุธ

เสาร์

พฤหัสบดี

ราหู

เสาร์

เสาร์

พฤหัสบดี

ราหู

ศุกร์

อาทิตย์

จันทร์

อังคาร

พุธ

ราหู

ราหู

ศุกร์

อาทิตย์

จันทร์

อังคาร

พุธ

เสาร์

พฤหัสบดี

หมายเหตุ

  • วรรค หมายถึง บริวาร อายุ เดช ศรี มูละ อุตสาหะ มนตรี และกาลกิณี
  • ให้นับจากซ้ายไปขวา โดยเริ่มจากวันของตน เช่น เกิดวันอาทิตย์ให้นับจากบริวาร อายุ เคช ศรี มูละ อุตสาหะ มนตรี กาลกิณี
  • การนับวันตามทักษา (ในตาราง) จะไม่นับเรียงวันตามสัปดาห์
  • ราหู คือ พุธกลางคืน

๓. ความหมายของวรรค

บริวาร การใช้พยัญชนะ สระ ในบริวาร จะช่วยส่งเสริมหรือแก้ไขในเรื่องบุตร สามี ภรรยา ลูกน้อง เพื่อนและมิตรสหาย และผู้ใต้บังคับบัญชา

อายุ การใช้พยัญชนะ สระ ในอายุ จะช่วยส่งเสริมหรือแก้ไขในเรื่องวิถีความเป็นอยู่ สุขภาพ ร่างกาย อายุ จิตใจ และวิถีแห่งการดำเนินชีวิต

เดช การใช้พยัญชนะ สระ ในเดช จะช่วยส่งเสริมหรือแก้ไขในเรื่องบารมี เกียรติยศ ชื่อเสียง อำนาจวาสนา ความเคารพ ตำแหน่งหน้าที่การงาน การศึกษาเล่าเรียน ความรัก และความกล้าหาญ

ศรี การใช้พยัญชนะ สระ ในศรี จะช่วยส่งเสริมหรือแก้ไขในเรื่อง สิริมงคล ชีวิต เงินทอง ของใช้ เรือกสวนไร่นา อสังหาริมทรัพย์ โชคลาภ และเสน่หารักใคร่เมตตา

มูละ การใช้พยัญชนะ สระ ในมูละ จะช่วยส่งเสริมหรือแก้ไขในเรื่องทรัพย์สินเงินทอง มรดก ญาติพี่น้อง ธุรกิจการค้า และผลกำไร

อุตสาหะ การใช้พยัญชนะ สระ ในอุตสาหะจะช่วยส่งเสริมหรือแก้ไขในเรื่อง ความขยันหมั่นเพียร การงาน ความมานะอุตสาหะ ความรับผิดชอบ หัวคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และแรงจูงใจ

มนตรี การใช้พยัญชนะ สระ ในมนตรี จะช่วยส่งเสริมหรือแก้ไขในเรื่องการอุปถัมภ์ค้ำชู การส่งเสริม การสงเคราะห์เกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ ครูอาจารย์ เจ้านาย และผู้ให้การช่วยเหลือเราทุกคน

กาลกิณี การใช้พยัญชนะ สระ ในกาลกิณี จะช่วยส่งเสริมหรือแก้ไขในเรื่อง โชคร้าย อัปมงคล ศัตรูคู่แข่ง อุปสรรค ความเสียหาย และความเหน็ดเหนื่อย "ห้ามนำอักษรกาลกิณี" มาตั้งชื่อ

๔. อักษรที่เป็นกาลกิณี

คนเกิดวันอาทิตย์ ศ ษ ส ห ฬ และ ฮ (ทักษาวันศุกร์)

คนเกิดวันจันทร์ อะ อา อิ อี อี อื อุอูเอ และ โอ (ทักษาวันอาทิตย์)

คนเกิดวันอังคาร ก ข ค ง และ ฆ (ทักษาวันจันทร์)

คนเกิดวันพุธ จ ฉ ช ซ ฌ และ ญ (ทักษาวันอังคาร)

คนเกิดวันพฤหัสบดี ด ต ฤ ท ธ และ น (ทักษาวันเสาร์)

คนเกิดวันศุกร์ ย ร ล และ ว (ทักษาวันพุธกลางคืน)

คนเกิดวันเสาร์ ฏ ฏ ฐ ท ฒ และ ณ (ทักษาวันพุธ)

คนเกิดวันพุธ (กลางคืน) บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ และ ม (ทักษาวันพฤหัสบดี)

๕. การเลือกใช้ตัวอักษร

ควรเลือกใช้ตัวอักษรในวรรคเดช ศรี หรือมนตรีมาตั้งชื่อ เพื่อความเป็นสิริมงคลและไม่ควรใช้อักษรกาลกิณีมารวมไว้ในชื่อ

๖. วิธีการตั้งชื่อ

๖.๑ เมื่อมีชื่อในใจแล้วให้ดูตัวอักษรกาลกิณี (ข้อ ๔) หากพบว่ามีตัวกาลกิณีควรแก้ไขชื่อเสียใหม่

๖.๒ ดูตารางตามข้อ ๒ ว่าวันเกิดตรงกับทักษาวันใด (ข้อ ๑) ตั้งแต่บริวาร อายุ เดช ศรี มนตรี มูละ อุตสาหะ และมนตรี จากนั้นให้นำตัวอักษร หรือพยัญชนะเหล่านั้นมาตั้งชื่อ ดังมีตัวอย่างต่อไปนี้

สมมุติว่า เกิดวันอังคาร

อักษรที่ไม่ควรใช้เพราะเป็นกาลกิณี คือ ก ข ค ง และ ฆ (จันทร์)

อักษรที่เป็นเดช คือ ด ต ถ ท ธ และ น (เสาร์)

อักษรที่เป็นมนตรี คือ อะ อา อิ อี อี อื อุ อู เอ และ โอ (อาทิตย์)

อักษรที่เป็นศรี คือ บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ และ ม (พฤหัสบดี)

สมมุติว่า ชื่อ "นวลรภีร์" เกิดวันอังคาร ชื่อประกอบด้วย สระอี เป็นมนตรี, น เป็นเดช, ภ เป็นศรี, ว ร ล เป็นมูละ ไม่มีอักษรกาลกิณี ชื่อนี้ถูกต้องตามหลักศาสตร์การตั้งชื่อ ส่วนชื่อนี้จะส่งเสริมเจ้าชะตาในด้านใดบ้าง ให้กลับไปดูความหมายในข้อ ๓

๖.๓ นามสกุล ก็เป็นส่วนหนึ่งของชื่อจึงควรพิจารณาอย่างเหมาะสมพอควร ด้วยปัญญาของตน

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะเห็นว่า คนเกิดวันจันทร์จะตั้งชื่อยากที่สุด เพราะมีสระเป็นกาลกิณี แต่หากมองอีกมุมหนึ่งก็จะเห็นว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะคนของคนวันจันทร์

เลขมงคลตามวัน เดือน ปีเกิด

สิทธิการิยะ ในทางโหราศาสตร์ "ตัวเลข" เป็นกุญแจสำคัญในการทำนายชะตาชีวิต ผู้เกิดวันต่าง ๆ จึงควรเลือกใช้ตัวเลขให้เหมาะกับตน เพราะตัวเลขมีอิทธิพลดังต่อไปนี้

คนเกิดวันจันทร์

เลขมงคล

เสริมให้เป็นที่เคารพนับถือ ละเอียดรอบคอบ คู่ครองรักใคร่ และการงานเจริญก้าวหน้า

เสริมให้การงานเจริญก้าวหน้า มีเสน่ห์ตึงดูด มีศิลปะในการเจรจา และฐานะมั่งคั่ง

เสริมให้มีพรสวรรค์หลายด้าน เป็นนักกลยุทธ์ ได้รับการสนับสนุน และมีชื่อเสียง

เลขอัปมงคล

เหน็ดเหนื่อยกับการงานแต่ไม่ค่อยก้าวหน้า ถูกใส่ร้าย และไม่มีความสำคัญกับใคร

มีหนี้สินต่อเนื่อง งานหนักแต่ไม่ค่อยก้าวหน้า จิตใจโลเล เก็บเงินไม่อยู่ และสุขภาพไม่ดี

คนเกิดวันอังคาร

เลขมงคล

เสริมสง่าราศี มีคุณธรรม เข้ากับคนง่าย สติปัญญาดี และเติบโตในหน้าที่การงานเร็ว

เสริมให้มีอำนาจวาสนา ได้รับความเคารพนับถือ และมีโชคกับอสังหาริมทรัพย์

เสริมให้เก็บทรัพย์อยู่ มีสติปัญญา ไหวพริบ แก้ปัญหาเก่ง และทำมาหากินราบรื่น

เลขอัปมงคล

ขาดมนุษยสัมพันธ์ พูดจาไม่ถนอมน้ำใจใคร ก้าวร้าว และการงานผิดพลาดบ่อย

ขัดแย้งกับหัวหน้า ไม่รอบคอบ การค้าขายขาดทุน และไม่มีโชคในการเจรจา

คนเกิดวันพุธ กลางวัน

เลขมงคล

เสริมให้มีผู้อุปถัมภ์ค้ำชู ผู้มียศถาบรรดาศักดิ์จะก้าวหน้าไว และมีศิลปะในการเจรจา

เสริมให้การค้าดี มีกำไร บริวารเชื่อฟัง มีโชคลาภเงินทองและมีอำนาจในการเจรจา

เสริมให้เข้ากับคนง่าย มีระเบียบ มีวินัย อ่อนน้อมถ่อมตน และมีเกียรติยศชื่อเสียง

เลขอัปมงคล

มีความอดทนต่ำ ทำอะไรไม่ค่อยเจริญ อารมณ์ฉุนเฉียว และไม่เป็นที่ยอมรับ

สุขภาพไม่แข็งแรง งานหนักแต่ผลตอบแทนน้อย การเงินฝืดเคือง และขาดความอดทน

คนเกิดวันพุธ กลางคืน

เลขมงคล

เสริมให้ผู้ใหญ่อุปถัมภ์ หากเป็นข้าราชการจะก้าวหน้าเร็ว และมีโชคลาภด้านการเงิน

เสริมให้ตัดสินใจได้เร็ว กล้าหาญเด็ดเดี่ยว สร้างฐานะได้มั่นคง และมีโชคกับความรัก

เสริมให้มีเกียรติยศชื่อเสียง ทำอะไรก็โด่งดัง มีความอดทนสูง และสร้างฐานะได้มั่นคง

เลขอัปมงคล

ถือยศถือศักดิ์ อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย สุขภาพไม่ดี มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุ

ขัดแย้งกับหัวหน้าได้ง่าย ขยันพูดแต่ไม่ลงมือทำ ไร้ความรับผิดชอบ และน่ารำคาญ

คนเกิดวันพฤหัสบดี

เลขมงคล

ทำให้มีความเจริญในหน้าที่การงาน เป็นข้าราชการจะได้เลื่อนยศถา และมีทรัพย์มาก

ทำให้มีคู่ครองที่จริงใจ บริวารให้การช่วยเหลือดี ลงหลักปักฐานได้เร็ว และมีทรัพย์มาก

ทำให้มีดวงผู้ใหญ่อุปถัมภ์ มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม และหยิบจับอะไรเป็นเงินเป็นทอง

เลขอัปมงคล

จะถูกเอารัดเอาเปรียบบ่อยๆ กว่าจะได้อะไรมาสักอย่างต้องเหน็ดเหนื่อยมาก

คนเกิดวันศุกร์

เลขมงคล

ทำให้มีครอบครัวที่สมบูรณ์ มีโชคกับโภคทรัพย์ และแคล้วคลาดปลอดภัย

ทำให้มีชื่อเสียงในสังคม มีพรสวรรค์ด้านศิลปะบันเทิง และมีวาทศิลป์ในการเจรจา

ทำให้มีสมาธิดี ใฝ่หาศีลธรรม สติปัญญาเฉลียวฉลาด และผู้ใหญ่ให้ความเมตตา

เลขอัปมงคล

เหน็ดเหนื่อยมากกว่าจะได้อะไรมาสักอย่าง สภาพจิตใจย่ำแย่ และอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย

ค่อนข้างหลงตัวเอง เรียนรู้ช้า แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไม่เป็น และติดอบายมุขได้ง่าย

คนเกิดวันเสาร์

เลขมงคล

ทำให้มีจิตใจเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ หาเงินคล่อง ได้เดินทางบ่อย และได้รับการสนับสนุนดี

ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์ เป็นนักคิด นักวางแผนที่หาตัวจับยาก และมีชื่อเสียงโด่งดัง

ทำให้มีความสามารถหลากหลาย แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเก่ง และการงานก้าวหน้าเร็ว

เลขอัปมงคล

ไม่กล้าตัดสินใจทำให้เสียโอกาสบ่อย ๆ เฉื่อยชา การงานไม่ก้าวหน้า ความรักไม่สมหวัง

อารมณ์ไม่นิ่ง หน้าตาอมทุกข์ งานหนัก โดนบีบบังคับ และไม่จริงใจกับคนรัก

คนเกิดวันอาทิตย์

เลขมงคล

ทำให้มีวาทศิลป์ดี พูดจาโน้มน้าวเก่ง รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมคน และมีชื่อเสียงโด่งดัง

ทำให้มีความเพียรสูง ผู้ใหญ่ให้การส่งเสริม มิตรสหายมาก และมีสติยั้งคิดไว

ทำให้ศึกษาเล่าเรียนได้ไว โดดเด่นในงานวิชาการ ปฏิภาณไหวพริบดี และมีชื่อเสียง

เลขอัปมงคล

การงานไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่ตั้ง และไม่มีมนุษยสัมพันธ์

ขัดแย้งกับผู้อื่นได้ง่าย เชื่อคนอื่นไว ขาดความเด็ดเดี่ยว และการงานล่าช้า

เลขมงคลประจำราศีเกิด

ราศีเมษ เลขมงคล คือ ๑, ๔ และ ๙ เลขอัปมงคล คือ ๒ และ ๐

ราศีพฤษภ เลขมงคล คือ ๔, ๕, ๖, ๗ และ ๑ เลขอัปมงคล คือ ๘ และ ๐

ราศีเมถุน เลขมงคล คือ ๕, ๙, ๔, ๓ และ ๖ เลขอัปมงคล คือ ๓ และ ๗

ราศีกรกฎ เลขมงคล คือ ๒, ๗, ๘ และ ๐ เลขอัปมงคล คือ ๑

ราศีสิงห์ เลขมงคล คือ ๘ ,๙, ๓ และ ๑ เลขอัปมงคล คือ ๖ และ ๐

ราศีกันย์ เลขมงคล คือ ๔ , ๕, ๐, ๖ และ ๙ เลขอัปมงคล คือ ๓

ราศีตุล เลขมงคล คือ ๓, ๖ และ ๗ เลขอัปมงคล คือ ๘ และ ๐

ราศีพิจิก เลขมงคล คือ ๓ , ๔, ๕ และ ๑ เลขอัปมงคล คือ ๒ และ ๐

ราศีธนู เลขมงคล คือ ๕, ๙, ๑ และ ๒ เลขอัปมงคล คือ ๗ และ ๐

ราศีมังกร เลขมงคล คือ ๑, ๒ และ ๘ เลขอัปมงคล คือ ๗ และ ๐

ราศีกุมภ์ เลขมงคล คือ ๑, ๗, ๕ และ ๔ เลขอัปมงคล คือ ๘ และ ๐

ราศีมีน เลขมงคล คือ ๒, ๖ และ ๙ เลขอัปมงคล คือ ๓ และ ๐

ต้นไม้ประจำวันเกิด

สิทธิการิยะ ต้นไม้เป็นสิ่งมงคลทางธรรมชาติที่ช่วยเสริมส่งให้ที่อยู่อาศัยน่าอยู่ น่ามองยิ่งขึ้น และยังช่วยเสริมดวงชีวิตได้อีกด้วย เพียงแต่ต้องเลือกปลูกต้นไม้ให้เข้ากับกำลังวันเกิดของตนและใสใจดูแลบำรุงรักษาเท่านั้น ชีวิตก็จะรุ่งเรืองดังเช่นต้นไม้

คนเกิดวันอาทิตย์ ควรปลูกต้นกุหลาบ จำปา ชบาสีส้ม-เหลือง ต้นคูน โกสน และโป๊ยเซียน

มีอำนาจน่าเกรงขาม แคล้วคลาดจากศัตรู และมีโชคลาภเงินทอง

คนเกิดวันจันทร์ ควรปลูกต้นชะพลู มะม่วง วาสนา กุหลาบขาว พลูด่าง จำปี มะยม และดอกแก้ว

นำโชคลาภเงินทอง เสริมฐานะ มีเสน่ห์ การเจรจาราบรื่น และมหานิยม

คนเกิดวันอังคาร ควรปลูกต้นอัญชัน พญายอ โกสน ชบา ต้นเข็ม โป๊ยเซียนสีชมพู และกุหลาบ

มีมงคลเสริมให้จิตใจเข้มแข็ง แคล้วคลาดปลอดภัย และนำพาโชคลาภ

คนเกิดวันพุธ ควรปลูกต้นโกสน กล้วย พลูด่าง ต้นคูน กวนอิม สน ฉัตร และกระดังงา

นำพาโชคลาภ ป้องกันสิ่งอัปมงคล เสริมดวงการงาน และพยุงชีวิต

คนเกิดวันพฤหัสบดี ควรปลูกต้นบานบุรี โสน ต้นคูน มะลิ แก้ว จำปี กุหลาบ และต้นพุด

มีสิริมงคลด้านอำนาจบารมี ปัดเป่าปัญหา คุ้มครองให้พ้นภัย และมีสุขภาพดี

คนเกิดวันศุกร์ ควรปลูกต้นพยับหมอก อัญชัน กุหลาบเข็มสีแดง-ชมพู โกสน และชบาสีชมพู

แคล้วคลาดจากภยันตราย การงานก้าวหน้า และมีโชคด้านการเงิน

คนเกิดวันเสาร์ ควรปลูกต้นจำปี ต้นคูน จำปา กวนอิม มะม่วง วาสนา และมะลิ

ชีวิตความเป็นอยู่ราบรื่น นำพาโชคลาภเงินทอง และมีเกียรติยศ

ต้นไม้ประจำราศี

ราศีมังกร ควรปลูกตันไผ่ วาสนา กุหลาบ โบียเซียน และต้นคูน

ช่วยเสริมให้เป็นผู้มีจิตใจเข้มแข็ง มีไชคลาภเงินทอง มีผู้ให้การอุปถัมภ์ค้ำชู

ราศีกุมภ์ ควรปลูกต้นบอนไซ เฟืองฟ้า และต้นเข็ม

ช่วยเสริมให้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด การงานก้าวหน้า และการเงินมั่งคั่ง

ราศีมีน ควรปลูกต้นมะม่วง กล้วย เฟื่องฟ้า และต้นวาสนา

ช่วยเสริมให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง นำพาโชคลาภเงินทองเข้าบ้าน และชีวิตราบรื่น

ราศีเมษ ควรปลูกต้นมะขาม มะยม และต้นเฟื่องฟ้า

ช่วยเสริมเสน่ห์ให้ตึงดูดน่าสนใจรักใคร่ มีเมตตามหานิยม มีพลังคุ้มครองให้ปลอดภัย

ราศีพฤษภ ควรปลูกต้นโมก ส้มโอ และต้นแก้ว

ช่วยเสริมให้มีอำนาจบารมี น่าเคารพนับถือ และแคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตราย

ราศีเมถุน ควรปลูกต้นเข็ม กุหลาบ โป๊ยเซียน ทับทิม และต้นโมก

ช่วยเสริมให้ชีวิตความเป็นอยู่ราบรื่น นำสิ่งดีงามเข้าบ้านและปกป้องให้พ้นภัย

ราศีกรกฎ ควรปลูกต้นกล้วยไม้ เฟื่องฟ้า ชมพู่ และต้นพลูด่าง

ช่วยเสริมด้านโชคลาภเงินทอง การงานก้าวหน้า ชีวิตราบรื่น และขจัดปัญหาอุปสรรค

ราศีสิงห์ ควรปลูกต้นขนุน กล้วยไม้ จำปี และโป๊ยเซียน

ช่วยเสริมด้านอำนาจบารมี มีมงคลแก่ชีวิต ป้องกันการกดขี่ข่มเหงและการคดโกง

ราศีกันย์ ควรปลูกต้นคูน เฟื่องฟ้า มะยม และต้นขนุน

ช่วยเสริมให้มีอำนาจบารมี มีคนยำเกรง การงานก้าวหน้า และลดทอนปัญหาอุปสรรค

ราศีตุล ควรปลูกต้นปาล์ม พลูด่าง จำปี จำปา โกสน และหมากแดง

ช่วยเสริมดวงด้านความรัก มีอำนาจวาสนา และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่บริบูรณ์พูนผล

ราศีพิจิก ควรปลูกต้นพวงแสด ขนุน เบญจมาศ และต้นว่านสี่ทิศ

ช่วยเสริมดวงการเงินให้มั่งคั่งร่ำรวย การเดินทางไกลปลอดภัย การงานก้าวหน้า

ราศีธนู ควรปลูกดอกบัว โป๊ยเชียน และเฟิร์นข้าหลวง

ช่วยเสริมให้มีความโดดเด่นในทุกด้าน คุ้มครองให้ปลอดภัย และนำโชคลาภเงินทอง

ต้นไม้มงคลในบริเวณบ้าน

สิทธิการิยะ ภูมิปัญญาโบราณกล่าวถึงแมกไม้ที่เกี่ยวพันกับมนุษย์ไว้หลายด้าน พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้

อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณขณะประทับอยู่ใต้ต้นโพธิ์ สมณะได้สดับตรับฟังเสียงสกุณาในพงไพรแล้วเข้าใจถึงโมกข์ธรรม ในความเข้าใจของปุถุชนคนธรรมดา ต้นไม้ได้โอบอุ้มความเชื่อและวิถีชีวิตมาแต่

โบราณกาล จึงเป็นที่มาของการปลูกต้นไม้ไว้ในบริเวณบ้าน ดังนี้

ทิศเหนือ ควรปลูก ต้นส้ม พุทรา ทุเรียน มะตูม และว่านต่าง ๆ

เสริมมงคลให้ผู้อยู่อาศัยร่มเย็น มีพลังช่วยปกป้องให้พ้นจากเคราะห์ร้าย

ทิศใต้ ควรปลูก ต้นมะม่วง มะพลับ มะปราง ต้นหว้า และต้นไม้ที่มีสีแดง

เสริมมงคลในด้านฐานะความเป็นอยู่ มีพลังดึงดูดทรัพย์เข้าบ้าน

ทิศตะวันออก ควรปลูก ต้นมะพร้าว กระถิน แก้ว กันเกรา หมาก เฟิร์น หรือต้นไม้ที่มีสีเขียวสด

เสริมมงคลด้านความสุขสบาย มีพลังดูดชับสารพิษให้ปลอดจากโรคภัยร้ายต่าง ๆ

ทิศตะวันตก ควรปลูก ต้นมะยม มะขาม พุทรา ประดู่ หรือต้นไม้ที่ออกดอกสีม่วง

เสริมมงคลด้านความรัก ความเมตตา แคล้วคลาดจากสิ่งชั่วร้าย

ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ควรปลูก ต้นไม้หรือดอกไม้ประเภทที่ใช้ถวายพระได้ เช่น ดาวเรือง มะลิ

เสริมสิริมงคลด้านกำลังใจ จิตใจสงบเยือกเย็น ไม่ทะเลาะวิวาท

ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ควรปลูก ต้นยอ ไผ่ สารภี จันทน์ กระถิน หรือไม้พุ่มต่าง ๆ ที่มีสีเขียวสด

เสริมสิริมงคลด้านอำนาจวาสนา บารมี และการงาน

ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ควรปลูก ต้นมะกรูด มะนาว ยอ ดอกรัก หรือไม้ที่ออกดอกสีขาว

เสริมสิริมงคลด้านความรัก ความสามัคคีภายในบ้าน

ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ควรปลูก ต้นพิกุล ต้นคูน สะเดา เต็ง หรือไม้ที่ออกดอกสีเหลือง

เสริมสิริมงคลด้านการงาน ยศถาบรรดาศักดิ์ และการเงิน

ต้นไม้มงคล

ความเชื่อเกี่ยวกับต้นไม้มงคลมีมานานหลายร้อยปี โดยเชื่อกันว่าหากปลูกต้นไม้ที่มีชื่อเป็นมงคลในบริเวณบ้านแล้วจะนำความรุ่งเรืองมาสู่ตนและผู้คนที่อาศัยอยู่ในบ้านเรือนตนได้ ดังมีรายการต่อไปนี้

ต้นพุทรา หรือว่านต่าง ๆ มีมงคลด้านการคุ้มครองจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์และช่วยให้มีชัยเหนืออุปสรรค

ต้นไผ่ ทุเรียน เสริมดวงด้านสุขภาพ ร่างกายแข็งแรงสดชื่นจิตใจแจ่มใส

ต้นมะพร้าว มะกรูด ปกป้องคุ้มครองจากหมู่ศัตรูทั้งปวง

ต้นยอ ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายภายในบ้าน ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยร่มเย็น

ต้นราชพฤกษ์ (ต้นคูน) ป้องกันจากคุณสยต่าง ๆ และทุเลาเรื่องยุ่งยากใจ

ต้นมะยม ป้องกันภัยจากคดีความทั้งหลายภายในบ้าน

ต้นมะม่วง ป้องกันภัยจากอันธพาล โจรผู้ร้ายเข้ามาภายในบ้าน

ดอกบัว มีมงคลด้านความรัก ความสัมพันธ์ภายในบ้านที่เหนียวแน่น

กล้วยไม้ มีมงคลด้านจิตใจ ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยในบ้าน มีจิตใจที่สงบ เยือกเย็น

ต้นมะลิ มีมงคลช่วยยกระดับจิตใจให้อ่อนโยน ผ่องแผ้ว และมีสุขภาพที่ดี

ต้นทองหลาง มีมงคลช่วยนำพาโชคลาภเงินทองเข้าบ้าน ไม่ขัดสนเงินทอง

ต้นกุหลาบ มีมงคลเสริมให้โดดเด่นในทุกด้าน ราบรื่นในทุกสิ่งที่ลงมือทำ

ต้นแก้ว มีมงคลช่วยยกระดับจิตใจให้อ่อนโยน เยือกเย็น สุขภาพร่างกายแข็งแรง

ต้นโกสน มีมงคลให้ผู้อยู่อาศัยภายในบ้านมีความสงบ ร่มเย็น ขจัดสิ่งอัปมงคล

ต้นบอนสี มีมงคลให้พบเจอแต่สิ่งดีงาม สมหวังในความรัก และการเจรจาที่ราบรื่น

ต้นสักทอง มีมงคลเสริมให้มีสง่าราศี บารมีไม่เสื่อมถอย และมีฐานะการเงินดี

ต้นพิกุล สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย ได้รับความเคารพจริงใจ

ต้นไม้ที่ไม่ควรปลูกภายในบ้าน

คนโบราณที่ผูกพันกับต้นไม้มานานจนมีภูมิปัญญาแตกฉานถึงคุณต้นไม้ภายในบ้าน และเห็นภัยของต้นไม้บางชนิดที่ไม่ควรปลูก แต่เหมาะสำหรับปลูกที่อื่น ดังนี้

ต้นโพธิ์ เป็นไม้ใหญ่ หากปลูกไว้ในบ้านรากไม้จะทำลายฐานบ้าน จึงควรปลูกในวัดจะเหมาะสม

ต้นไทร เป็นไม้ใหญ่ หากปลูกไว้ในบ้านเรือนยามมีพายุฟ้าฝนคะนอง อาจหักลงมาทับได้

ต้นตะเคียน มีความเชื่อกันว่าเป็นต้นไม้ผีสิง มีโทษมากกว่าให้คุณ

ต้นยาง ในสมัยโบราณนิยมนำมาทำหีบศพ

ต้นดอกทอง มีความเชื่อกันว่าจะส่งผลให้คนในบ้านผิดประเวณีกัน หรือมีคนคบชู้นอกใจ

นอกจากต้นไม้ดังกล่าวแล้ว ต้นไม้อื่น ๆ ที่มีชื่อไม่เป็นมงคลก็ไม่ควรนำเข้ามาปลูกในบริเวณบ้าน เพราะคนโบราณเชื่อกันว่า จะให้โทษมากกว่าให้คุณ เช่น ต้นโศก ต้นระกำ ต้นหวาย ไผ่ลวก ฯลฯ

ปกิณกมงคล

สิทธิการิยะ คนโบราณมีความเชื่อกันว่า "เรือนร่าง คือประภาคารแห่งชีวิต" เป็นสินทรัพย์มีชีวิตที่ประมาณค่ามิได้ แต่เรือนร่างจะทรงคุณค่าเพียงใดขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาและการเลือกใช้อาภรณ์ให้เหมาะกับตนด้วย วัฒนธรรมไทยโบราณจึงพิถีพิถันเลือกใช้วันมงคลประกอบการสิ่งใหม่กับร่างกายตน ดังนี้

วันมงคลสวมผ้าใหม่

วันอาทิตย์ ชนะศัตรู ชนะคดีความ ผ่านโพยภัยอันตรายทั้งปวง และเรื่องทุกข์ยากในอดีต

วันจันทร์ สง่างาม มีสง่าราศี มีเสน่ห์เฉิดฉาย โดดเด่นในทุกท่วงท่ากิริยาอาการ

วันอังคาร อังคารพานทุกข์ สวมผ้าใหม่วันนี้จะประสบแต่เรื่องชวนทุกข์ควรระงับ

วันพุธ มีสุขมาก มีเรี่ยวแรงกำลังดี จิตใจเบิกบาน และมีสุขภาพแข็งแรง

วันพฤหัสบดี ญาติพี่น้องผองเพื่อน ครบเรือนเต็มบ้าน เบิกบานสบายใจ

วันศุกร์ การเจรจาประสบความสำเร็จ มีโชคลาภทรัพย์สิน และได้พบเจอคนรักถูกใจ

วันเสาร์ เสาร์หมองเศร้า โศกาอาดูร ควรระงับ

วันสระผม

วันอาทิตย์ ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข อายุยืน

วันจันทร์ โชคลาภมากมี ค้าขายร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมา

วันอังคาร ชนะศัตรู แคล้วคลาดปลอดภัย และการเดินทางที่ราบรื่น

วันพุธ จะถูกใส่ร้ายป้ายสี มีคดีความ และมีเรื่องให้ทุกข์ใจมารบกวน

วันพฤหัสบดี วันครูทรงอำนาจศักดิ์สิทธิ์ เทวดารักษา เป็นสิริสวัสดิมงคลแก่ตน

วันศุกร์ อยู่เย็นเป็นสุข ครอบครัวสมัครสมานสามัคคี เงินทองพอมีพอใช้

วันเสาร์ สรรพประสิทธิ์สมประสงค์ดังใจหมาย ทั้งโชคลาภเงินทอง ทรัพย์สิน และการงาน

วันตัดผม

วันอาทิตย์ มีสุขภาพแข็งแรง อายุยืน

วันจันทร์ มีโชคลาภ ทำธุรกิจส่วนตัว หรือค้าขายจะได้กำไรมาก

วันอังคาร ถูกใส่ร้ายป้ายสี มีศัตรู โดนทำร้าย หรือมีอุบัติเหตุ

วันพุธ ทะเลาะวิวาท มีปากเสียงกับผู้อื่น หรือคนในครอบครัว

วันพฤหัสบดี เป็นมงคลสิริสวัสดิ์ เทวดาปกปักรักษา ไม่มีภัยอันตรายเข้ามากล้ำกราย

วันศุกร์ ทำมาค้าขายคล่อง มีเสน่ห์ดึงดูด และมีโชคลาภร่ำรวยเงินทอง

วันเสาร์ ทำการสิ่งใดได้ดังประสงค์

วันตัดเล็บ

วันอาทิตย์ จะมีคนคิดปองร้าย

วันจันทร์ โชคดีมีลาภ ทำมาค้าขายร่ำรวย

วันอังคาร เก็บทรัพย์ไม่อยู่ รักษาสินทรัพย์หรือมรดกตกทอดไว้ไม่ได้

วันพุธ เจริญสวัสดี สุขีมีชัย สุขภาพร่างกายแข็งแรง

วันพฤหัสบดี ไร้สง่าราศี มลทินหมองหม่น จะพบเจอแต่เรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ

วันศุกร์ ทรัพย์สินเพิ่มพูน ทำมาค้าขายรุ่งเรือง และการเจรจาราบรื่น

วันเสาร์ สุขภาพอ่อนแอ ร่างกายอ่อนเพลีย จิตใจหดหู่

วันพระ โรคภัยถามหา ล้มป่วยได้ง่าย มีเรื่องเดือดร้อนใจอยู่เสมอ และอาจอายุสั้น

วันทาน้ำมัน

คนไทยโบราณนิยมใช้น้ำมันสมุนไพรปลุกเสกนวดทาถูรักษาอาการเจ็บป่วย หรือบาดแผล ฟกช้ำดำเขียวต่าง ๆ และมักถือเอาวันมงคลก่อนนวด ดังนี้

วันอาทิตย์ ไม่เป็นที่นิยมเพราะถือเป็นวันร้อน จะมีเหตุทำให้เสียโฉม

วันจันทร์ การรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ผลเป็นอย่างดี บำรุงให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

วันอังคาร การรักษาอาการต่าง ๆ ไม่ค่อยได้ผล เดี๋ยวดีเดี๋ยวหาย และจะพลัดพรากจากที่อยู่อาศัย

วันพุธ โรคภัยไข้เจ็บจะหาย สุขภาพร่างกายแข็งแรง และอยู่เย็นเป็นสุข

วันพฤหัสบดี โรคภัยไข้เจ็บหายฉับพลัน สุขภาพร่างกายแข็งแรง และจะมีโชคลาภเป็นกำไร

วันศุกร์ ถือเป็นวันหายนะสำหรับการทาน้ำมันรักษาโรค ไม่ค่อยหาย และจะเสียทรัพย์สินสิ่งของ

วันเสาร์ ถือเป็นวันเอกสำหรับการทานวด รักษาได้ผลเป็นอย่างดี

พุทธทำนาย

สิทธิการิยะ พุทธทำนายบนหลักศิลาจารึกในมหาวิหารเจตมหาเชตวัน ณ สวนมฤคทายวัน อินเดีย ได้สร้างความหวั่นไหวแก่ผู้พบเห็น แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นคลื่นความวิตกกังวลที่น่พรั่นพรึง เพราะนี่คือช่วงเวลาของคำทำนายดังกล่าว และสถานการณ์โลกก็ส่อเค้าว่าพุทธทำนายจะเป็นจริง

ครั้งหนึ่งในสมัยพุทธกาล องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นพระสัพพัญญู รู้แจ้งโลกทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ตรัสแก่พระอานนท์ว่า

"ดูก่อนอานนท์ ก่อนกึ่งพุทธกาล ๑๕ ปี จะเกิดการณ์ร้ายแรง จะมีการรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ฝนเหล็กจะตกจากอากาศ ไฟจะลงมาจากอากาศ จะเผาผลาญประชาชนให้พินาศ จะมีการล้มตายซึ่งกันและกันเป็นอันมาก"

"ดูก่อนอานนท์ เมื่อศาสนาของตฤาคต ล่วงเลยไปก่อนกึ่งพุทธกาล ๑๕ ปี สัตว์โลกทั้งหลายที่เกิดในยุคนั้นจะพบแต่ความยากลำบากทุกชาติทุกศาสนา ตามธรรมชาติอันหมุนเวียนของโลกที่หมุนไปใกล้ความแตกสลาย แผ่นดินแผ่นน้ำจะลุกเป็นไฟ มนุษย์และสัตว์จะได้รับภัยพิบัติสารพัดทั่วทุกทิศ คนในสมัยนั้นจะมีนิสัยโหด ดุจกำเนิดจากสัตว์ป่าอำมหิต จะรบราฆ่าฟันกันเอง ถึงเลือดนองแผ่นดินแผ่นน้ำ "

"ส่วนเวไนยสัตว์ ผู้ขวนขวายในกุศลตามวจนะของตถาคตจะระงับร้อนไม่รุนแรง บ้านเมืองใดมีความเคารพยำเกรงในพระรัตนตรัยและคุณบิดามารดา เหตุร้ายภัยพิบัติจะเบาบาง แต่จะหนีกฎธรรมชาติไม่พ้น

"แต่ว่า ดูก่อนอานนท์ ก่อนกึ่งพุทธกาล ๑๕ ปี จะถือว่าเป็นการณ์ร้ายแรงหาได้ไม่ ทั้งนี้ก็เพราะหลังกึ่งพุทธกาลไปแล้วนั้น จะมีความร้ายแรงมากกว่าก่อนกึ่งพุทธกาลมากนัก ยักษ์นอกพุทธศาสนาจะรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ต่างฝ่ายจะล้มตายกันฝ่ายละมาก ๆ สมณชีพราหมณ์จะล้มตาย จะตายไปฝ่ายละครึ่งจึงเลิกรากัน สำหรับประเทศที่นับถือพุทธศาสนาจะมีภัยเหมือนกันแต่ไม่ร้ายแรงนัก"

"เริ่มแต่พุทธศาสนาล่วงเลย ๒,๕๐0 ปี เป็นต้นไป ไฟจะลุกลามมาทางทิศตะวันออก ไหม้วัดว่าอาราม สมณชีพราหมณ์จะอดอยาก ยากเข็ญ ลูกไฟจะตกจากฟ้าเป็นเพลิงผลาญ เหล็กกล้าจะทะยานจากน้ำ มหาสมุทรจะชอกช้ำ สงครามจากทั่วทิศ ศึกจะติดเมือง ข้าวจะขาดแคลนทั่วแคว้นจะอดอยาก ผีโขมดป่าจะเข้าเมือง พระเสื้อเมือง ทรงเมือง จะหนีเข้าไพร ผู้เป็นใหญ่มีอำนาจจะเรียกแมลงผีเสื้อเหล็กนับแสนตัวมาปล่อยไข่เป็นไฟผลาญ ยักษ์หินที่ถูกสาปเป็นเวลานาน จะตื่นขึ้นมาอาละวาดโลก"

"ดินฟ้าอากาศจะแปรปรวน ตลิ่งจะพัง แผ่นดินจะถล่มเป็นทะเล โลกมนุษย์จะดิ่งสู่ความหายนะ นักปราชญ์จะถูกทำร้ายให้สิ้นสูญ"

"ในระยะนั้น ศาสนาของตฤาคตจะเสื่อมลงมากเพราะพุทธบริษัทไม่ตั้งอยู่ในศีลธรรม เชื่อคำคนคดโกง กล่าวคำเท็จ ไม่เคารพนิยมในธรรม คนประจบสอพลอได้รับความเชื่อถือในสังคม ผู้มีศีลธรรม ประพฤติดี ประพฤติชอบกลับไม่มีใครเคารพยำเกรง"

"พระธรรมจะเริ่มเปล่งรัศมีฉายแสงส่องโลกอีกวาระหนึ่ง ก็ต่อเมื่อมีธรรมิกราชโพธิญาณบังเกิดขึ้น อยู่ในความอุปถัมภ์ของพระเกระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ ทั้งสองพระองค์สถิต ณ เบื้องต้นตะวันออกของมัชฌิมประเทศ จะเสด็จมาเสริมสร้างศาสนาของตฤาคตให้รุ่งเรืองสืบไปถึง ๕,๐๐๐ พระวัสสา"

"ดูก่อนอานนท์ เวลานั้นพลโลกเหลือน้อยมาก คำทำนายของตฤาคตนี้ย่อมยังเวไนยสัตว์ให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ผู้ใดรู้แล้วไม่เชื่อ นับว่าเป็นกรรมของสัตว์ที่ต้องสิ้นสุดไปตามกรรมชั่วของตน

"ผู้ใดปรารถนารอดพ้นจากภัยพิบัติ ให้รักษาศีล ๕ ประการ เจริญเมตตาภาวนา ประกอบสัมมาอาชีพ มีใจสันโดษ รู้จักพอ ไม่โป้ปด คดโกง ไม่หลงมัวเมาอำนาจและลาภยศ ตั้งใจปฏิบัติตนตามคำสอนของตฤาคตให้มั่นคง จึงจะพ้นอันตรายในกึ่งพุทธกาล"

จากการคำนวณระยะเวลาของผู้เชี่ยวชาญพบว่า "ก่อนกึ่งพุทธกาล ๑๕ ปี" ก็คือปี พ.ศ.๒๕๖๐ นี่เอง หลังกึ่งพุทธกาลจึงเริ่มหลังจากปี พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป

ในช่วง ๕ - ๑๐  ปีที่ผ่านมา ผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับพุทธทำนายมาก เพราะโลกคุกรุ่นไปด้วยไฟสงคราม สอดคล้องกับพุทธทำนายอย่างแม่นยำ เมื่อนำพุทธทำนายมาแยกแยะประเด็นสำคัญ จะพบรายละเอียดสำคัญ ดังนี้

๑. ยักษ์นอกพุทธศาสนาจะรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน

ชาวตะวันตก อาหรับ และชนชาติที่ไม่ได้นับถือพุทธศาสนา จะทำสงครามกันจนเสียชีวิตกันไปอย่างละครึ่งจึงยุติสงคราม ฝ่ายประเทศที่นับถือพุทธศาสนาจะได้รับผลกระทบบ้างแต่ไม่มากนัก

๒. ไฟจะลุกลามมาทางทิศตะวันออกไหม้วัดวาอาราม นักบวชและพระจะอดอยาก

ไฟในที่นี้ น่าจะหมายถึง วัตถุนิยม ที่ชักจูงให้ผู้คนลุ่มหลงมัวเมาจนกลายเป็นทาสของวัตถุ เกิดความไม่สมดุลทางจิตวิญญาณ ไม่ค่อยมีใครสนใจทำบุญทำทานดังเช่นแต่ก่อน ปล่อยให้พระอดอยาก

๓. ลูกไฟจะตกจากฟากฟ้าเป็นเพลิงผลาญ เหล็กกล้าจะทะยานจากน้ำ

มนุษย์จะก่อสงครามด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย มีอำนาจทำลายล้างสูง เช่น อาวุธนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ อาวุธเชื้อโรค และเรือดำน้ำ

๔. มหาสมุทรจะชอกช้ำ

การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างไม่หยุดยั้งได้ทำลายทรัพยากรธรรมชาติในทะเล และปล่อยมลพิษจำนวนมากลงสู่ท้องทะเลจนเกิดมลพิษทางน้ำ สัตว์ทะเลจำนวนมากต้องจบชีวิตลงเพราะสารพิษเหล่านั้น

๕. ศึกจะติดเมือง

ความขัดแย้งระหว่างประเทศแพร่กระจายออกไปเหมือนเชื้อโรคกัดกินโลกทั้งใบ ผู้นำไร้ซึ่งเมตตาธรรมชักนำศึกเข้าบ้านตนและประเทศอื่น ๆ การต่อสู้รบพุ่งจึงไม่เคยเว้นว่างทั้งทางตรงและทางอ้อม

๖. ข้าวจะขาดแคลน

ระบบนิเวศทางธรรมชาติถูกทำลายอย่างไม่บันยะบันยัง มีการแก่งแย่งทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดไปอย่างไร้สำนึก มีพื้นที่ไม่กี่แห่งบนโลกที่ใช้ทำการเกษตรได้ สินค้าการเกษตรลดลงและด้อยคุณภาพ

๗. ผีโขมดป่าจะเข้าเมือง

การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกทำให้มีเชื้อโรคชนิดใหม่ ๆ เกิดขึ้น และโรคร้ายที่เคยหายไปกลับปรากฎขึ้นมาอีกแต่กลายเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ร้ายแรงกว่าเดิม และไม่มียารักษาโรค

๘. พระเสื้อเมือง พระทรงเมืองจะหนีเข้าไพร

นักบวชผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจะเกิดความท้อแท้ในการทำหน้าที่ เพราะทนความเสื่อมโทรมของสังคมเมืองต่อไปไม่ไหว จึงพากันไปจากสังคมเมือง แสวงหาความวิเวกและสุขสงบกันแต่เพียงลำพังในป่า

๙. ผู้เป็นใหญ่มีอำนาจจะเรียกผีเสื้อเหล็กนับแสนตัวมาปล่อยไข่เป็นไฟผลาญ

ผู้นำประเทศต่าง ๆ จะสั่งการให้นำเครื่องบินขึ้นไปโจมตีฝ่ายศัตรู ขีปนาวุธ และระเบิดจำนวนมากจะถูกปล่อยจากเครื่องบินทิ้งระเบิด ทำลายล้างบ้านเรือนและมนุษย์ฝ่ายตรงข้ามตายเป็นเบือ

๑๐. ยักษ์หินที่ถูกสาปให้หลับใหลมาเป็นนานจะตื่นขึ้นมาอาละวาดโลก

ภูเขาไฟที่เคยหลับใหลมานานจะระเบิดขึ้น และจะเกิดปรากฏการณ์แผ่นดินไหวอย่างรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตามมาด้วยคลื่นสึนามิที่สูงตระหง่านถาโถมกลืนกินบ้านเรือนผู้คน

พุทธทำนายยังคงเป็นปริศนาถึงที่มาที่ไป เพราะไม่มีบันทึกไว้ในพระไตรปิฎกอันเป็นคัมภีร์สูงสุดของพระพุทธศาสนา แต่หากเป็นเรื่องจริงก็ยังไม่สายที่จะประพฤติตัวให้อยู่ในศีลธรรมอันดี